My Brilliant Life (2014)
My Brilliant Life (2014) Korean Movie
#ปีนรั้วรีวิว #Drama #หนังเกาหลี #หนังดราม่า#My_Brilliant_Life
คนที่กำลังจะเป็นพ่อแม่คนสิ่งที่เป็นกังวลที่สุดคงไม่พ้นเรื่อง สุขภาพ ร่างกาย ของลูกที่กำลังจะเกิดมา พ่อแม่ทุกคนก็คงอยากมีลูกที่เกิดมาสมบูรณ์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ถ้าเกิดลูกที่เกิดมาไม่สมบูรณ์พร้อมก็คงเป็นภาระที่หนักหนาของทั้งพ่อและแม่ที่จะต้องดูแลเด็กที่เกิดขึ้นมา แล้วยังต้องพยายามประคับประคองชีวิตคู่อีกด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อมีปัญหาขึ้นมาในครอบครัวถ้าบางครั้งจิตใจที่ไม่เข้มแข็งหรือไม่รักกันมากพอ ก็อาจจะมีใครคนใดคนหนึ่งหันหลังให้กันก็เป็นไปได้
อารึม (Seong-mok Cho)
เด็กหนุ่ม อายุ 17 ปี ที่มีร่างกายแก่เท่ากับคนอายุ 80 ปี เพราะป่วยเป็นโรคชรา ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย 1 ต่อ 30 ล้านคนเลยทีเดียว แต่ อารึม ก็ยังโชคดีที่มี พ่อและแม่อย่าง มิรา (Hye-Kyo Song)
กับ แดซู (Dong-won Gang)
คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันตั้งแต่อายุ 17 โดยที่ยังเรียนไม่จบมัธยมด้วยซ้ำ เพราะว่า มิรา เกิดตั้งท้องขึ้นมา และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ แดซู ต้องทะเลาะกับพ่อแล้วต้องออกจากบ้านมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ทั้ง มิรา กับ แดซู จะไม่ได้ร่ำรวยอะไร มิรา เองก็เป็นสาวโรงงานและ แดซู ก็ขับแท็กซี่ แต่ก็พยายามที่จะดูแล อารึม ให้ดีที่สุด เพราะว่าทั้งสามคนมีเวลาให้อยู่ร่วมกันได้อีกไม่มากแล้ว
หลังดูเรื่องนี้จบก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นหนัง ดราม่า ที่ไม่ขาย ความดราม่า คือถึงแม่หนังจะกล่าวถึงการที่ครอบครัวกำลังจะเกิดการสูญเสียก็จริง แต่เมื่อเรารู้และมันก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เวลาที่เหลืออยู่ก็คงไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งโศกเศร้าเสียใจอะไร แต่เวลาที่เหลืออยู่ควรจะทำในสิ่งที่ยังไม่เคยทำและตักตวงความสุขให้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ อย่าง อารึม ที่ยังไม่เคยกินเหล้าเลยสักครั้งก็บอกให้ ลุงจาง (Il-seob Baek)
แอบเอา โซจู มาให้กิน หรือด้วยอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นวัยที่น่าจะได้รู้รสชาติของการมีความรักและการอกหักสักครั้งในชีวิต ตัว แดซู ก็ได้กลับไปหาพ่อของตัวเองอีกครั้ง เพราะว่าตอนนี้ที่ตัวเองได้เป็นพ่อคนแล้ว และกำลังจะต้องสูญเสียลูกไป ก็เลยทำให้เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อมากขึ้น
ฉากนี้ก็เป็นอีกฉากนึงที่ชอบนะจริงๆเป็นฉากที่ธรรมดาไม่มีอะไรมาก พูดกันก็น้อยตามประสาลูกชายกับพ่อ แต่หนังก็สื่อสารออกมาได้ดีนะ คนรักกันคนในครอบครัวเดียวกันโกรธกันเมื่อเวลาผ่านไป บางทีแค่มาเจอหน้ากันกำแพงที่มีมันก็พังทลายหมดแล้ว
สรุปแล้วเรื่องนี้ก็เป็นหนังดราม่าการสูญเสียที่ไม่ฟูมฟาย แต่บอกว่ายังไงวันหนึ่งมันก็ต้องมาถึง สู้ทำอะไรที่อยากทำหรือทำอะไรให้คนที่รักกันตอนที่ยังมีเวลาอยู่ดีกว่า
ขอบคุณเครดิตรูปภาพจากภาพยนตร์ : My Brilliant Life (2014)
#MovieReview #รีวิวหนัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น