Never Said Goodbye (2016)
Never Said Goodbye (2016) ไม่เอ่ยคำลา ใช่ว่าไม่รัก
#ปีนรั้วรีวิว#Drama#Romance#LeeJoongi#ZhouDongyu
เชื่อว่าสำหรับคนรักกันแล้วก็คงมีความต้องการที่จะได้อยู่กับคนรัก แต่หากการที่คุณต้องจากคนที่รักไปมันกลับกลายเป็นการดีกว่าสำหรับเขา คุณจะสามารถยอมแบกรับเรื่องราวต่างๆไว้ แล้วหันหลังเดินจากมา……โดยไม่เอ่ยแม้แต่คำลาได้หรือเปล่า
จุนโฮ (Joon-Gi Lee) หนุ่มเกาหลีที่มาใช้ชีวิตในประเทศจีนจนได้ทำงานเป็นนักออกแบบภายในและได้เป็นแฟนกับ เสี่ยวหยู (Dongyu Zhou) สาวน้อยขี้เอาแต่ใจที่เปรียบเสมือนเจ้าหญิงสำหรับเขา แต่จู่ๆวันหนึ่ง จุนโฮ ก็ประกาศออกมาว่าตัวเองจะย้ายไปอยู่ที่อิตาลีกับพี่สาว และขอเลิกกับ เสี่ยวหยู ซึ่งพอ จุนโฮไม่อยู่แล้ว เสี่ยวหยู ก็เหมือนเรือที่ไร้หางเสือจมอยู่แต่กับความเสียใจ
แต่ที่หนักไปกว่านั้นหลังจากที่จุนโฮจากไปได้ 3 เดือน เสี่ยวหยู และเพื่อนๆที่บริษัทก็ได้รับข่าวร้ายเมื่อ จุนโฮ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตที่อิตาลี นั่นก็เลยยิ่งตอกย้ำให้จิตใจที่จมอยู่กับความเศร้าของ เสี่ยวหยู ยิ่งจมลึกลงไปอีก สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวให้ เสี่ยวหยู ยังลุกขึ้นตื่นในทุกวันได้ก็คือการได้มาสานต่องานที่ จุนโฮ ได้ทำค้างคาเอาไว้
แต่การมาทำงานที่นั่นมันกลับทำให้เธอได้เจอกับใครบางคน…..ที่เธอไม่เคยได้พบ และกลับทำให้ เสี่ยวหยู มีแรงที่จะเดินไปต่อได้อีกครั้ง
***เปิดเผยเนื้อหาบางส่วน***
**
เรื่องนี้ก็สารภาพตามตรงว่าที่ตัดสินใจดูก็เพราะนางเอก โจวตงหยู่ ล้วนๆ 555 ซึ่งผลลัพธ์ของหนังที่ได้ออกมากลางๆไม่แย่แต่ก็ไม่ถึงขั้นน่าประทับใจนะ คือพล็อตหนังก็ถือว่าน่าสนใจ แต่พอทำออกมาแล้วมันสับสนและครึ่งๆกลางๆไปหน่อย เหมือนจะพยายามเล่าเรื่องการเดินหน้าต่อหลังจากสูญเสียคนรัก แต่อีกใจหนึ่งก็ยังอยากขยี้ความซึ้งดราม่าเสียสละของตัวละครอยู่ ความรู้สึกตอนดูก็เลยขัดแย้งกันเองอยู่นิดนึง
เหมือนว่าเดี๋ยวก็อยากให้ดราม่าซึ้งกินใจเดี๋ยวก็อยากให้เดินหน้าต่อ และด้วยความที่หนังเล่าแบบไม่ลำดับเหตุการณ์ด้วย แต่ใช้เล่าที่ผลลัพท์ของเหตุการณ์ก่อน แล้วค่อยย้อนมาเล่าถึงสาเหตุการตัดสินใจของตัวละครทีหลัง รวมถึงความลึกซึ้งของตัวละครที่หลังไม่ได้ปูพื้นความสัมพันธ์ของตัวละครในตอนแรก จังหวะที่หนังมันจะสัมผัสถึงความรู้สึกคนดูเลยขาดๆเกินๆไปหน่อย

แต่ถ้าดูรวมๆประกอบกันของหนังตั้งแต่ต้นจนจบก็ยังถือว่าสามารถถ่ายทอดออกมาให้เข้าใจและเข้าถึงความต้องการของตัวละครได้อยู่นะ คนเรารักกันขนาดไหนไม่จากกันตอนเป็นก็ต้องจากกันตอนตายคงหนีไม่พ้นความเสียใจอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงให้เรารับมือกับมันได้
หรือคนที่กำลังรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะต้องจากคนที่รักไป จะเลือกใช้วิธีไหนในการบอกลา ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกันจริงๆแล้ว มันไม่มีหรอกคำว่าไม่เสียใจ เพียงแต่ว่าคนที่กำลังจากไปจะทำยังไงให้คนที่ยังอยู่ สามารถเดินหน้าและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุข
สรุปแล้วเป็นหนังรัก โรแมนติกที่พูดถึงการจากลาที่แม้จะไม่ได้เอ่ยคำลา แต่ก็เป็นการทำเพื่อให้คนที่ยังอยู่ สามารถเดินหน้ามีชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้ฟังแม้แต่คำลาของคนที่รักกันก็ตาม
#MovieReview #รีวิวหนัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น