Under the Hawthorn Tree (2010)
Under the Hawthorn Tree (2010)
#ปีนรั้วรีวิว #Drama #Romantic
ปรกติไม่ใช่คนที่จะมาดูหนัง รักดราม่าอารมณ์เฉื่อยๆอะไร แนวๆนี้เลย เอาจริงๆก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบห รืออะไรเพียงแต่รู้สึกว่าหน ังมันไม่บันเทิงเอาซะเลย ถ้าคนเคยดูหนังชุดพวก ตำนานรักดอกเหมย น่าจะพอเดาอารมณ์ออก แต่พอดีเกิดตกหลุมรักนางเอก อย่าง โจวตงหยู่ มาจาก My Old Classmate ก็เลยได้ตามมาดูเรื่องนี้ด้ วย ทีแรกก็มีหวั่นใจเหมือนกันห น้าหนัง ไม่ดึงดูดเลย แต่พอได้ดูแล้วยอมรับเลยว่า ค่อนข้างประทับใจเลย มีความละมุน ถึงแม้หนังจะเล่าถึงความรัก ของชนชั้นล่างในยุคปฏิวัติว ัฒนธรรมจีน ที่มีอุปสรรคอะไรหลายๆอย่าง
หนังเล่าถึง อาจิง เด็กสาวนักศึกษาที่ถูกส่งมา ยังชนบทเพื่อเรียนรู้วิถีชี วิตของเหล่าเกษตรกร และเพื่อนำความรู้ที่ได้มาเ ขียนหนังสือเพื่อเสนอเป็นหล ักสูตรการสอนในโรงเรียนให้ก ับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งเธอเลือกที่จะเขียนเรื่ องราวของต้น ซานจา ต้นไม้ที่มีเรื่องเล่าเกี่ย วกับการเสียสละของคณะปฏิวัต ิพรรคคอมมิวนิสต์ และที่นั่นเอง อาจิง ก็ได้พบกับ อาซัน ชายหนุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับธ รณีวิทยาอยู่กับแค้มป์วิจัย ที่หมู่บ้านแห่งนั้น ซึ่งทั้งสองคนก็ดูจะตกหลุมร ักกันตั้งแต่ที่ได้พบกันครั ้งแรก แต่ความรักของทั้งสองคนกลับ ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อ อาจิง และครอบครัวถูกควบคุมความปร ะพฤติเนื่องจากพ่อของเธอเป็ นกลุ่มต่อต้านพรรคคอมมิวนิส ต์ซึ่งยังถูกคุมตัวอยู่ เธอจึงไม่สามารถทำเรื่องเสื ่อมเสียอะไรได้แม้แต่น้อย ไม่เช่นนั้นอนาคตของครอบครั วและการเป็นครูของเธอก็จะดั บวูบไป และยังต้องถูกส่งไปอยู่ชนบท เพื่อใช้แรงงานอีกด้วย
หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ รู้สึกตัวเองเล้วเลวยังไงก็ ไม่รู้ 555 หนังเป็นผลงานการกำกับของ จางอี้โหมว ซึ่งเคยดูแต่หนังฟอร์มใหญ่ท ี่อลังการของแกอย่าง The Great Wall , Hero , House Of Flying Dagger , Curse Of The Golden Flower ที่ก็ออกแนวท่ามากลีลาเยอะอ ลังการไปซะหมด แต่ไม่เคยได้สัมผัสหนังดราม ่าที่ไม่ได้อลังการหรือสีสั นฉูดฉาดแบบผลงานที่เคยผ่านต ามาก็เลยไม่รู้ว่ามันจะออกม าถูกใจหรือเปล่า แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นว่า โดนใจกว่าหนังฟอร์มใหญ่ที่ก ล่าวมาด้านบนซะอีก อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นด้วยค วามดีงามของ โจวตงหยู่ บวกเพิ่มเข้าไปด้วยหรือเปล่ าเลยทำให้อินไปกับหนังได้ไม ่ยากเลย 555
เอาจริงๆอุปสรรคของความรักใ นเรื่องนี้มันก็ไม่ได้โหดได ้หินอะไรมากมาย แต่มันเหมือนเป็นเรื่องที่ต ้องพิสูจน์ใจกันระหว่างชายห ญิง ที่ฝ่ายหญิงก็ต้องประพฤติตั วให้อยู่ในขอบเขตของตัวเอง และฝ่ายชายก็ต้องหักห้ามใจต ัวเองเพื่อไม่ให้คนที่รักต้ องมาเสี่ยงเสียอนาคต แต่ด้วยความที่ครอบครัวของ อาจิง ค่อนข้างลำบาก อาซัน ก็เลยต้องพยามหาทางแอบช่วยเ หลืออยู่เสมอ แต่มันก็มีบ้างช่วงบางตอนเห มือนกันนะ ก็เป็นปรกติของคนรักกันอยาก พบหน้ากัน ต่อให้เสี่ยงยังไงก็ยอมที่จ ะออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง ซึ่งคิดว่าเนื้อหาตรงนี้แหล ะที่ทำให้คนดูได้ซึมซับกับค วามรักของทั้งคู่ ซึ่งตรงนี้ยกนิ้ว(โป้ง)ให้ จางอี้โหมวเลยนะ
เคยอ่านเจอความเห็นนึงจากพั นทิพย์ที่อธิบายถึงจางอี้โห มวแล้วเข้าใจเห็นภาพเลยที่ว ่าเป็นผู้กำกับที่ ทำน้อยได้มาก ทำใหญ่ได้อลังการ (แม้หลังๆจะมือตกไปบ้าง) หลายๆฉากหลายซีนต้องบอกว่าธ รรมดามากหลายเรื่องก็เคยใช้ แต่พอมาอยู่ในหนังเรื่องนี้ ที่จังหวะก็เนิบนาบแต่กลับท ำให้เราเข้าถึงความรู้สึกขอ งตัวละครได้ จริงๆหนังก็เล่าแบบรวบรัดตั ดความแบ่งเป็นช่วงๆด้วยเหมื อนกัน แต่พอถึงฉากที่เป็นการแสดงค วามรู้สึกของตัวละคร หนังกลับปล่อยให้เราได้ซึมซ ับไปอย่างช้าๆไม่เร่งเร้า มันถึงได้พาความรู้สึกเราไป ผูกกับตัวละครได้
จะว่ามีแต่ข้อดีสิ่งที่รู้ส ึกขัดใจก็พอมีให้เห็นเหมือน กัน ก็คือการเล่าแบบแบ่งช่วงแล้ วใช้ตัวหนังสืออธิบายแทนนี่ แหละ ส่วนตัวมองว่ามันเป็นเหตุกา รณ์สั้นๆไม่จำเป็นขนาดที่ต้ อง Skip ข้ามก็ได้นะ เนื้อหาส่วนนี้ถ้าทำเพิ่มรว มกันเผลอๆไม่น่าถึงสิบนาทีด ้วยซ้ำ มันเหมือนเราโดนเบรกอารมณ์ท ี่กำลังต่อเนื่องกับตัวละคร แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าหนังต ้องการให้คนดูใช้เวลาไปกับซ ีนที่เป็นความสัมพันธ์ของตั วละครเอกเป็นส่วนใหญ่ และอีกส่วนนึงที่ไม่รู้ว่า จางอี้โหมว ต้องการยั่ว หรือแกล้งคนดูหรือเปล่า ก็คือเมื่อผ่าน 2/ 3 ของหนังมันจะมีเนื้อเรื่องส่วน ที่เราระแวงว่ามันจะทำลายคว ามดีงามของเรื่องไปซะหมด ซึ่งพอผ่านไปแล้วก็ถอนหายใจ เฮือกใหญ่ 555 แต่ตอนจบลงเลยแบบไหนมีคนทำซ ับไทยไว้ลองหามาดูละกัน
สรุปแล้วเรื่องนี้ค่อนข้างเ กินความคาดหมาย อาจจะเพราะไม่คาดหวังแล้วก็ ประเมินไว้ต่ำๆด้วยแหละกะดู นางเอก โจวตงหยู่ อย่างเดียว แต่กลายเป็นว่าได้ดูหนังรัก ดีดี ที่อาจจะเหมือนหนังโชว์แมนโ ชว์หล่อของพระเอกไปซะอย่างน ั้น
#MovieReview #รีวิวหนัง
VIDEO
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น