One Week Friends (2017)
One Week Friends (2017) เพื่อนกันหนึ่งสัปดาห์ รักเธอตลอดไป
#ปีนรั้วรีวิว #Romance
ความทรงจำดีๆระหว่างคนสองคนมันต้องใช้เวลาสร้างร่วมกัน แต่ว่าหากมีเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวในการสร้างความทรงจำที่ดีต่อกันล่ะ เพราะเมื่อถึงสัปดาห์ถัดไปอีกฝ่ายก็จะลืมเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะดีหรือร้าย คิดว่าความทรงจำเหล่านั้นจะยังคงอยู่ที่ไหนลึกๆในใจของอีกฝ่ายรึเปล่า หรือมันจะเป็นเพียงแค่ไฟที่ลุกขึ้นมาเพียงชั่วครู่...เมื่อหมดเชื้อไฟมันก็จะดับลงไปไม่เหลืออะไร
ฮาเสะ ยูกิ (เคนโตะ ยามาซากิ)
เด็กหนุ่มบ้านๆธรรมดาคนหนึ่ง ขณะที่กำลังคุยกับเพื่อนซี้อย่าง โชโกะ ในห้องสมุด สายตาก็แว๊บไปเห็นบัตรห้องสมุดของเด็กนักเรียนหญิงที่ชื่อ คาโอริ (ฮารุนะ คาวากูชิ)
ตกอยู่ จะด้วยความหื่นหรืออะไรก็แล้วแต่ พ่อหนุ่ม ฮาเสะ ก็ดันหยิบขึ้นมาดมขณะที่ คาโอริ เจ้าของบัตรก็เดินเข้ามาเจอเข้าพอดี เลยทำให้พ่อหนุ่ม ฮาเสะ ต้องกลายเป็นเหมือนพวกโรคจิตในสายตาของ คาโอริ ไปซะงั้น และที่บังเอิญไปกว่านั้นทั้งสองคนยังได้เรียนในห้องเดียวกันในเทอมนี้อีกด้วย
ด้วยความที่ ฮาเสะ อยากจะปรับความเข้าใจและทำความรู้จักกับ คาโอริ ให้มากขึ้น ก็เลยพยายามทำทุกทางเพื่อเข้าไปตีสนิท แต่ก็ดูเหมือนว่าสาวเจ้าจะไม่สนใจโลกที่หมุนรอบๆตัวเองเสียเลย จนในที่สุด ฮาเสะ ก็ได้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ คาโอริ ต้องทำเฉยเมยกับเพื่อนๆทุกคน เพราะสำหรับ คาโอริ แล้ว เมื่อถึงสัปดาห์ถัดไป เธอก็จะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเพื่อนๆและคนแปลกหน้าที่ได้พบไปเสียหมด ฮาเสะคุง ก็เลยตัดสินใจที่จะพยายามลองสู้อีกสักตั้ง เพื่อที่เขาจะได้เป็นเพื่อนกับ คาโอริ ให้ได้
เป็นหนังอีกเรื่องนึงที่ดูจบแล้วมัน….หน่วง จริงๆ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ความรักแบบเดียวกับตัวละคร ฮาเสะ หรอก เอาจริงๆถามว่าระหว่าง ฮาเสะ กับตัวละคร ซากิ (ฮาโอริ ทาคาฮาชิ)
ที่แอบชอบ ฮาเสะ มาตั้งแต่เด็กๆ ตัวผมเองเอาจริงๆรู้สึกสงสาร ซากิ มากกว่าด้วยซ้ำ 555
คือ ซากิ เป็นคนในแบบที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนแท้จริงๆ แม้ตัวเองจะแอบชอบ ฮาเสะ อยู่ก็เถอะ จริงๆใช้คำว่าแอบชอบก็ไม่ถูกเพราะค่อนข้างออกตัวชัดเจน แต่พ่อหนุ่ม ฮาเสะ ก็ไม่เคยสนใจความรู้สึกแม้แต่น้อย แต่ ซากิ ก็ยังคอยมอง คอยเอาใจใส่ และไม่ทำตัวกดดัน ฮาเสะ ยังเว้นระยะความรู้สึกตัวเองให้ความเป็นเพื่อนกันยังคงอยู่ได้ รวมทั้ง โชโกะ เพื่อนที่หน้าตาดีกว่า ฮาเสะ เป็นไหนๆ ที่ดูท่าทางก็จะแอบชอบ ซากิ อยู่กับเขาเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมา เพราะลึกๆแล้วก็รู้ว่าผู้หญิงเขาชอบเพื่อนซี้ของตัวเองอยู่

ส่วน ฮาเสะ นั้นอาศัยความหน้ามึนพยายามตื้อจน คาโอริ ยอมเปิดใจแลกสมุดบันทึกกับเขา เพื่อที่ว่า คาโอริ จะได้รับรู้เรื่องราวที่ผ่านมาและกลับมามีเพื่อนได้อีกครั้ง แต่ว่าตัวละคร ฮาเสะ ก็ทำให้ผมนึกถึงตัวละคร นินาโกะ จากเรื่อง Strobe Edge (2015) ที่ในที่สุดคำว่าเพื่อนมันก็ไม่เพียงพอ เพราะในความรู้สึกจริงๆแล้ว เขาก็หวังว่าความสัมพันธ์ของคนสองคนมันจะสามารถพัฒนาไปได้มากกว่าคำว่าเพื่อน
คาโอริ ที่ต้องเจ็บปวดกับคำว่า"เพื่อน"ที่หักหลังเธอจนเป็นสาเหตุให้ประสบอุบัติเหตุ ทำให้เธอต้องกลายเป็นคนสูญเสียความทรงจำไปในทุกสัปดาห์ แต่ก็เพราะเพื่อนอย่าง ฮาเสะ ที่พยายามเข้ามาสร้างความทรงจำดีๆ ไม่ปล่อยให้เธอต้องรู้สึกเดียวดายเหมือนที่ผ่านมา แม้จะไม่สามารถทำให้ คาโอริ หายกลับมาเป็นปรกติได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ทำให้เธอได้รอยยิ้มบนใบหน้ากลับมา

หนังเรื่องนี้ถึงแม้ใจความหลักของหนังจะเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างเพื่อน แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดก็ไม่ได้เน้นหนักเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนแบบลงรายละเอียดมากนัก จะเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ฮาเสะกับคาโอริ เป็นส่วนมาก เราก็เลยอาจจะไม่อินกับความเจ็บป่วยหรือปมในใจของ คาโอริ เท่าไหร่ แต่เรากลับรู้สึกมีอิมแพ็คกับบทสรุปความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในตอนท้ายได้มากกว่า
ถ้าจะสรุปประเด็นเรื่องเพื่อนในหนังก็คงบอกได้ว่า คนเป็นเพื่อนกันมันก็มีทั้งความรู้สึกดีและร้ายต่อกัน เพราะการสร้างความสัมพันธ์มันก็ต้องใช้ระยะเวลา ฉะนั้นการที่เราจะได้เป็นเพื่อนกับใครมันก็ต้องผ่านทั้งเรื่องดีและร้าย กว่าที่เราจะได้รู้จักตัวตนของกันและกัน ได้อภัยให้กัน เมื่อถึงจุดนั้นแล้วเราจึงจะตัดสินได้ว่าใครกันที่เป็นเพื่อนแท้ของเราจริงๆ
แต่กับบทสรุปของเรื่องความรักแล้ว บางทีการรักเพื่อนก็เหมือน”ความสุขมันก็อยู่แค่เอื้อมเราเท่านั้น”….เพียงแต่เราไม่สามารถเอื้อมมือไปคว้ามาได้ก็เท่านั้นเอง
#MovieReviwe #รีวิวหนัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น