Silenced (2011)
Silenced (2011) เสียงจากหัวใจ... ที่ไม่มีใครได้ยิน
#ปีนรั้วรีวิว #Crime #Drama #Silenced #กงยู
หนังอีกหนึ่งเรื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น กับเรื่องราวสะเทือนใจของการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กในโรงงเรียนสอนผู้บกพร่องทางการได้ยิน โดยผู้กระทำผิดต่างก็เป็นคนใกล้ชิดอย่าง ครู ในโรงเรียนแห่งนั้น
คังอินโฮ (Yoo Gong) ครูสอนศิลปะที่เพิ่งได้รับการฝากฝังจากอาจารย์ คิม ให้ได้มาสอนที่โรงเรียนผู้บกพร่องทางการได้ยินในเมืองกวางจู เมืองที่ได้ชื่อว่ามีหมอกปกคลุมอย่างสวยงาม แต่ใครจะไปคิดว่าภายในหมอกจะซ่อนเรื่องเลวร้ายเอาไว้ เพราะเมื่อ คังอินโฮ ไปถึงโรงเรียนกลับถูกเรียกร้องค่าบำรุงโรงเรียนจากอาจารย์ใหญ่ถึงห้าหมื่น และยิ่งอยู่นานไปก็ยิ่งเจอเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่ง คังอินโฮ ได้ขอร้องให้ ยูจิน (Yu-mi Jung) นักสิทธิมนุษยชนช่วยพา ยอนดู (Hyeon-soo Kim) เด็กนักเรียนคนนึงที่ถูกทำร้ายจากผู้ดูแลหอพักนักเรียน ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจึงได้รู้ว่า มันไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายธรรมดา แต่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก ๆ ที่อยู่ในโรงเรียนแห่งนั้น
เป็นหนังอีกเรื่องนึงที่มันบีบคั้นหัวใจมากเลยนะ คือโอเคเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเราก็ได้ยินได้ฟังรับรู้เรื่องราวมามากจากข่าวสารต่าง ๆ มันก็ยังพอมีภูมิคุ้มกันความสะเทือนใจอยู่บ้าง แต่พอถึงช่วงการสืบพยานต่าง ๆ ในชั้นศาล มันกลับยิ่งบีบหัวใจเราจากการที่เหยื่อต้องมานั่งอยู่ในศาลแล้วตอบข้อซักถาม โดยที่เรารู้อยู่ว่าอีกฝ่ายผิด แล้วตอนนี้ก็พยายามทำทุกทางให้ตัวเองหลุดพ้นจากคดี
ตัวละครอย่าง คังอินโฮ ก็อยู่บนทางสองแพร่ง ที่ต้องเลือกระหว่างเดินหน้าทวงความเป็นธรรมให้เด็ก ๆ แม้ตัวเขาเองจะเพิ่งเข้ามาสอนได้ไม่นาน และอีกด้านนึงด้วยที่ชีวิตของตัวเองก็ลำบากเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวต้องฝากลูกสาวที่ป่วยไว้ให้แม่ดูแล ซึ่งคงต้องใช้คำว่าเรื่องของตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอดเลย แต่ก็ยังพยายามยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเด็กคนอื่น

ซึ่งหลาย ๆ ครั้งเราก็จะเห็นความสับสน ความลำบากใจของตัวละครนี้อย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังตัดสินในที่จะเดินหน้าเพื่อช่วยเด็ก ๆ ซึ่งส่วนตัวมองว่าหนังสร้างตัวละคร คังอินโฮ ขึ้นมาเพื่อแทนเรา ๆ ทุกคนที่อยู่ในสังคมนี้ ที่วันหนึ่งเราอาจจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ที่เราเองอาจจะมีคำถามในใจมากมาย มีความสับสนมากมายว่าจะเอายังไงดี ซึ่งมันก็เป็นคำถามที่ใครคงตอบแทนใครไม่ได้หรอกนะ
หนังเรื่องนี้ถ้าจะมองในอีกมุมหนึ่งก็สะท้อนคำพูดที่ว่า “ความยุติธรรมมันอาจจะไม่มีจริง แต่สิ่งที่เยียวยาเหยื่อคือความพยายามที่จะให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม” การต่อสู้กับคนมีอำนาจบางครั้งการจะให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ความพยายามของคนที่เกี่ยวข้องในการสร้างความยุติธรรมต่างหาก ที่ช่วยเยียวยาความรู้สึกและสร้างแรงใจให้กับเรา เมื่อทำอย่างสุดความสามารถแล้วแม้ผลที่ออกมามันจะไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้รู้ว่า ยังมีคนร่วมกันสู้กับเราเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับเหยื่อ
แต่ถึงกระนั้นก็เถอะทุกคนก็ย่อมหวังที่จะได้เห็นความเป็นธรรมเกิดขึ้น ไม่ต่างจาก มินซู (Seung-hwan Baek) เด็กผู้ชายอีกหนึ่งคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อของครูในโรงเรียน ที่ต้องสูญเสียน้องชายของตัวเองซึ่งสาเหตุก็มาจากการถูกล่วงละเมิดเช่นเดียวกันกับตัวเขา
แต่สุดท้ายเขาก็ต้องผิดหวัง เมื่อยายของตัวเองตัดสินใจรับเงินจากครูเพื่อยอมความ ยอนดู, ยูริ แล้วก็ มินซู เด็กสามคนที่กลายเป็นเหยื่อถูกกระทำจากครูในโรงเรียน หากไม่ได้เจอกับ คังอินโฮและยูจิน ก็ไม่รู้ว่ายังจะต้องเจอเรื่องเลวร้ายไปอีกนานแค่ไหน จุดจบของชีวิตจะเป็นอย่างไร
หนังที่ต่างฝ่ายต่างสู้กันอย่างสุดชีวิตเหยื่อเองสู้มากแค่ไหน ฝ่ายคนกระทำผิดก็ทุ่มกำลังทุกอย่างที่มีเพื่อสู้เช่นกัน แต่สิ่งที่คนกระทำผิดได้เปรียบก็คือ การสู้ไม่จำกัดวิธีการไม่ว่าจะใช้วิธีสกปรกยังไงแค่ไหนก็ได้ เพื่อให้ตัวเองหลุดรอดจากความผิดที่กระทำ บางครั้งการเป็นคนดีมันก็เสียเปรียบเหมือนกันนะ เพราะก็ต้องสู้ด้วยกรอบด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ผิดกับคนเลวที่หาหนทางทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองพ้นผิด
แต่ก็เหมือนกับประโยคนึงของหนังที่บอกกับเราว่า “เราไม่ควรทะเลาะกันเพื่อเปลี่ยนโลกใบนี้ แต่เราควรจะหยุดโลก ไม่ให้เปลี่ยนเราจากสิ่งที่เราเป็น”
สรุปแล้ว Silenced (2011) เสียงจากหัวใจ... ที่ไม่มีใครได้ยิน เป็นหนังที่ไม่ใช่แค่ทำเราเสียน้ำตาจากชะตากรรมที่เด็ก ๆ ต้องเจอเท่านั้น แต่ยังบดขยี้ความรู้สึกของเราด้วยความอยุติธรรมที่เหยื่อต้องเจอซ้ำอีกด้วย
ขอบคุณภาพประกอบจากภาพยนตร์: Silenced (2011)
#MovieReview #รีวิวหนัง
😢
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น