Paradise Kiss (2011)
Paradise Kiss (2011) เส้นทางรักนักออกแบบ
#ปีนรั้วรีวิว #Drama Director: Takehiko Shinjo
ยูคาริ 'Caroline' ฮายาซากะ (Keiko Kitagawa) สาวมัธยมปลายที่แอบชอบ ฮิโรยูกิ หนุ่มสุดฮอตของโรงเรียนมานานถึงสามปี แต่ดูท่าทางฝ่ายชายจะไม่ค่อยสนใจเธอซักเท่าไหร่ ชีวิตเธอถูกคนเป็นแม่พยายามเคี่ยวเข็ญเรื่องการเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ จนมันเริ่มกลายเป็นความกดดันเล็กๆ เมื่อตอนนี้ผลการเรียนของเธอชักจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้ว สาเหตุก็มาจากวันนึงที่เธอไปเดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนน แล้วดันไปสะดุดตา จอร์จ (Osamu Mukai) และเพื่อนๆกลุ่มนักเรียนโรงเรียนศิลปะเข้า
ซึ่งเป้าหมายของ จอร์จและเพื่อนก็คือ หาทางชวน ยูคาริ มาเป็นนางแบบในโปรเจคจบการศึกษาของพวกเขาให้ได้ แน่นอนว่าอุปสรรคก็คือแม่ของ ยูคาริ ที่ไม่มีทางเต็มใจจะให้ลูกสาวไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เธอเลยต้องตัดสินใจชั่งน้ำหนักเลือกระหว่างความฝันของตัวเองที่เพิ่งค้นพบ กับความต้องการของแม่ที่เลี้ยงและคาดหวังในตัวเธออย่างที่สุด
หนังที่ตัดสินใจดูเพราะว่าเพลงประกอบ Hello ของนักร้องสาว ยูอิ โยชิโอกะ ล้วนๆ ฮ่าฮ่า เรียกว่าเพลงก็เพราะคนร้องก็น่ารัก…ถึงเดี๋ยวนี้จะเปลี่ยนไปเยอะก็เถอะ ฮ่าฮ่า
หนังเองสร้างความเพลิดเพลินได้ดีนะ หนังดูง่ายไปเรื่อยๆแทบไม่มีอุปสรรคอะไรให้ตัวละครได้เจอ คือหนังไม่มีตัวละครร้ายเลยถึงแม้ในเรื่องจะมีการแข่งขันกัน ระหว่างกลุ่มจอร์จและตัวละครอื่นในโรงเรียน แต่มันก็เป็นการแข่งขันอย่างใสสะอาดตรงไปตรงมา ที่หนังยังดึงคนดูไว้ได้ก็ด้วยการรอดูผลของการตัดสินใจของแต่ละคน อย่าง ยูคาริเอง ตั้งแต่เด็กเธอก็ถูกแม่บังคับเรื่องการเรียนมาตลอดถึงขั้นเคยถูกตีก็มี

ยิ่งพอน้องชายที่เกิดตามหลังมีเรียกว่าเข้าขั้นอัจฉริยะ เธอเองก็ยิ่งกดดันและเรียนอย่างไม่มีความสุขมากขึ้น พอได้เจอกับคนที่แตกต่างจากตัวเองอย่างสิ้นเชิงอย่าง จอร์จกับเพื่อนๆ พวกเขามีอิสระทางความคิดจินตนาการในการแต่งตัว การใช้ชีวิตและสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง เมื่อหลุดเข้ามาเจอโลกอีกใบนึงจนได้ค้นพบตัวเอง ยูคาริ จึงมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกระหว่างทางที่แม่ขีดไว้ให้หรือก้าวออกมาเดินบนทางที่เลือกเอง
รวมทั้งเรื่องความรัก ของ ยูคาริ กับ ฮิโรยูกิ ที่เธอแอบชอบมาสามปีแต่กลับไม่เคยคืบหน้า ซึ่งตอนนี้ จอร์จ ก็เริ่มแทรกซึมเข้ามาในหัวใจเรื่อยๆ มันจึงไม่ใช่แค่ดราม่าการดำเนินชีวิตอย่างเดียวแต่ยังมีทางแยกของความรักด้วย ซึ่งก็คงเดากันได้ไม่ยากนะว่าเลือกใคร ฮ่าฮ่า

พอดูหนังเรื่องนี้แล้วก็นึกย้อนมาถึงตัวเองและเด็กๆหลายคนในวัยเรียน ที่จริงแล้วมันก็มาจากความหวังดีของพ่อแม่นี่แหละ ที่ผลักดันอย่างให้ลูกได้มีการศึกษาได้เรียนสูงๆเพื่อโอกาสในอนาคต เพราะว่าบางทีความฝันมันก็กินไม่ได้เหมือนกันนะ หากเราไม่สามารถผสานความฝันกับธุรกิจได้ลงตัว เหมือน ยูคาริกับจอร์จ ที่เส้นทางการประสบความสำเร็จมันแตกต่างกัน
เมื่อ จอร์จ ทำให้ ยูคาริ ค้นพบพรสวรรค์และความสามารถของตัวเองทำได้ดีจนประสบความสำเร็จ ซึ่งสวนทางกับตัว จอร์จ เองที่แม้จะทำมันได้ดีขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถผสานศิลปะงานออกแบบของตัวเองให้นำเสนอออกมาเป็นสินค้าเพื่อธุรกิจได้
มันเลยเป็นสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเหมือนกันนะ หากใครจะเลือกเส้นทางใดทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว มันก็ไม่มีทางไหนผิดเราอาจจะตัดสินใจอยู่ในกรอบ และทำหน้าที่ต่อคนรอบข้างไปและด้านหนึ่งความฝันมันก็เป็นงานอดิเรกได้ หรือจะตัดสินใจทุ่มเททุกอย่างที่มีแม้มันจะเสี่ยง แต่หากเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ มันก็อาจจะคุ้มค่ากับความรู้สึกอิสระที่ได้รับก็ได้…ไม่มีทางไหนผิด สุดท้ายมันอยู่ที่ความจำเป็นและความต้องการของแต่ละคนที่ตัวเองรู้ดีที่สุด
สรุปแล้ว Paradise Kiss (2011) เส้นทางรักนักออกแบบ เป็นหนังที่ค่อนข้างดูง่ายนะ ออกจะโลกสวยหน่อยๆด้วยซ้ำ แต่หนังก็แฝงสาระหลายๆอย่างในการบริหารจัดการความฝันของตัวเองว่า บางทีเราก็อาจจะประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย หรือเราอาจจะไม่สามารถประสบความสำเร็จสูงสุดในแง่เงินทองก็ได้ เพียงแต่เราจะรับมือกับมันยังไงเท่านั้นเอง
#MovieReview #รีวิวหนัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น