Sunny (2011)
Sunny (2011) เพื่อนซี้…มีไว้ทำไม 🌞🌞
#ปีนรั้วรีวิว #Comedy #Drama Director: Hyeong-Cheol Kang
เป็นหนังที่เห็นหน้าหนังทีแรกทั้งตัวอย่างและโปสเตอร์ สาบานเลยว่ามันชั่งไม่น่าดึงดูดให้ดูเลยจริงๆ ตอนตัดสินใจดูก็คิดว่าคงเป็นหนังย้อนวัยใสๆไม่มีอะไรมาก แต่พอได้ดูจริงๆบอกได้เลยว่าโคตรดีงามเลยเรื่องนี้ เป็นหนังที่ย้อนวัยที่ว่ากันถึงเรื่องของเพื่อนล้วนๆ มีติ่งความรักค้างคาใจเจือผสมมาแบบนิดหน่อยเท่านั้นเอง
นามิ (Ho-jeong Yu)
แม่บ้านสาวใหญ่ที่ใช้ชีวิตง่ายๆ ด้วยการดูแลลูกสาวที่โตขึ้นก็ชักทำตัวห่างเหินกันไปทุกวัน กับดูแลสามีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แม้เขาจะงานยุ่งและห่างเหินในบางครั้ง แต่ก็ยังทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ดี วันหนึ่งที่ นามิ ไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล เธอบังเอิญมองเข้าไปเห็นคนไข้ในห้องพยาบาลห้องหนึ่ง กำลังร้องครวญครางด้วยความทรมานจากอาการป่วยโรคมะเร็ง และเมื่อเธอมองที่ป้ายชื่อห้องก็ต้องรู้สึกสะดุดใจ เพราะคนป่วยคนนั้นคือ ชุนฮวา (Hee-kyung Jin)
เพื่อนซี้หัวหน้าแก็งค์สมัยเรียนมัธยมที่ไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว ในวันถัดมา นามิ จึงตัดสินใจเข้าไปเยี่ยมเพื่อนเก่า ซึ่ง ชุนฮวา ยังจำนามิได้ดีไม่เปลี่ยน และสิ่งที่ ชุนฮวา ขอให้ นามิ ช่วยก่อนที่เธอจะตายก็คือ อยากให้แก๊งค์ Sunny กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
หนังย้อนวัยที่ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ของเหล่าเพื่อนสาว ที่แต่ละคนก็มีนิสัยและพื้นฐานครอบครัวแตกต่างกันไป อย่าง นามิ (Eun-kyung Shim)
เองที่เป็นเด็กบ้านนอก การต้อนรับจากเพื่อนใหม่ในชั้นเรียนจึงกลายเป็นตัวตลกไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะสำเนียงเหน่อ หรือกระทั่งการแต่งตัวแสนเชยของเธอเอง ซึ่งหัวโจกประจำห้องอย่าง ซางมิ (Woo-hee Chun)
มักจะแกล้งเธออยู่เสมอ ก็มีแต่ ซุนฮวา (So-ra Kang)
นี่แหละที่ปกป้องและอ้าแขนตอนรับ นามิ จนทำให้เธอได้เข้ามาร่วมกลุ่มกันกับเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น กึมอุค (Bo-ra Nam)
บ็อคฮี (Bo-mi Kim)
จินฮี (Jin-joo Park)
จางมิ (Min-yeong Kim)
และซูจี (Hyo-Rin Min)
รวมตัวกันในชื่อ Sunny
เพื่อนทั้ง 7 คนที่ผ่านเรื่องราวต่างๆด้วยกันมากมาย ไม่ว่าจะการนัดตบ(แต่ไม่เคยได้ตบ)กับโรงเรียนคู่อริ หรือการที่บางคนในกลุ่มไม่ยังไม่ให้การยอมรับ นามิ ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง จนเพื่อนในกลุ่มแตกคอกัน ซึ่งประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมาทั้งดีและร้าย มันเลยหล่อหลอมให้ความรักระหว่างเพื่อนมันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นกับบางคนในกลุ่ม จนทำให้ นามิ และคนที่เหลือต้องแยกย้ายกันไปเดินตามทางของตัวเอง
มันก็เลยไม่ใช่เรื่องง่ายที่ นามิ จะสามารถตามหาเพื่อนคนที่เหลืออีก 5 คนให้ทันก่อนที่ ซุนฮวา จะหมดเวลาเสียก่อน และความยากอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อเจอเพื่อนแล้วมันไม่ใช่ว่าเจ้าตัวจะสะดวกใจมาพบเสมอไป เมื่อต่างคนก็ต่างมีภาระหน้าที่ของตัวเอง รวมทั้งไม่ใช่ว่าเพื่อนทุกคนจะมีชีวิตที่ดี ร่ำรวย เหมือนกันกับ นามิ ใครบางคนในอดีตที่เราอาจจะมองว่ามีความพร้อมในชีวิตหรือตั้งความฝันไว้สูง พวกเขาอาจจะไม่ประสบความสำเร็จกับชีวิตได้ทุกคน

แต่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนต่อให้ไม่เจอกันนานขนาดไหนหากรักกันจริง ภาพจำในความรู้สึกของเรามันก็คงไม่ต่างจากเมื่อวาน ต่อให้มีความกระอักกระอวนใจที่ต้องเจอในสภาพที่ไม่พร้อมจะพบกัน ก็คงไม่มีเพื่อนคนไหนที่รักกันจริงจะหันหลังให้กันได้แน่ๆ แม้อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ให้ความช่วยเหลือก็ตาม หากแค่ทักทายกันด้วยความจริงใจ ไม่ทับถมกันมันก็เติมพลังใจให้เพื่อนได้เยอะแล้ว
หนังเองมีโมเมนต์อะไรน่ารักๆเกรียนๆหลายอย่าง ซึ่งไม่อยากจะหยิบเอามาสปอยมากนัก เพราะอยากจะให้คนที่ยังไม่ได้ดูได้ซึมซับกับเนื้อหาได้เต็มที่ เอาจริงส่วนตัวก็ว่าหนังมันจบโลกสวยเกินไป แต่ก็อย่างว่าธีมหนังมันนำด้วยคอมเมดี้ ก็เลยอาจจะโลกสวยแฮปปี้เอนดิ้งกันไป
สรุปเลยแล้วกันว่า Sunny (2011) เป็นหนังย้อนวัยที่ดีงามเรื่องนึงเลยนะแนะนำให้ดูกัน อาจจะได้นึกย้อนไปถึงวัยเรียนและเพื่อนซี้ของทุกคน จนอาจจะอยากนัดรวมตังมีทติ้งเม้าท์มอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอีกครั้งก็ได้
#MovieReview #รีวิวหนัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น