The Vanished (2018)
The Vanished (2018) ศพล่องหน
#ปันรั้วรีวิว #Thriller
ยุนซุลฮี (Hee-ae Kim)
นักธุรกิจสาวใหญ่ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย และตอนนี้ร่างกายของเธอนอนนิ่งอยู่ในห้องเก็บศพของสถาบันนิติเวชเพื่อรอชันสูตร แต่ว่ายังไม่ทันที่แพทย์จะผ่าพิสูจน์ร่างของเธอกลับหายออกไปจากห้องเก็บศพอย่างไร้ร่องรอย ส่วน พัคจินฮาน (Kang-woo Kim)
สามีหนุ่มที่งานศพของภรรยาไม่ทันเสร็จสิ้น กลับร้อนรนทนไม่ไหวบึ่งรถไปหาชู้รักที่เป็นนักศึกษาของตัวเอง ไม่ทันที่สองคนจะเริ่มบรรเลงเพลงรัก จินฮาน ก็ถูกตำรวจโทรตามตัวแจ้งข่าวเรื่องศพของภรรยาที่หายไป เขาจึงรีบเดินทางมายังห้องชันสูตรและมีท่าทางร้อนรนจนเห็นได้ชัด จุงซิก (Sang-kyung Kim)
นายตำรวจที่ทำการสอบสวนคดีนี้
เริ่มเห็นความผิดปรกติบางอย่างจาก จินฮาน สามีของคนตาย และเริ่มสงสัยว่าการตายของ ซุลฮี อาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุซะแล้ว และที่ศพของเธอหายไปก็อาจจะเป็นฝีมือของ จุงซิก สามีของเธอเองที่พยายามทำลายหลักฐาน ซึ่งข้อสันนิฐานของ จุงซิก อาจจะไม่ถูกทั้งหมดซะทีเดียว เมื่อ จินฮาน กลับยืนยันว่า ซุลฮี เมียแก่ของตัวเองอาจจะยังไม่ตาย แถมตอนนี้เธออาจจะอยู่ข้างนอกกำลังวางแผนทำลายชีวิตเขาและชู้รักอยู่ก็เป็นได้
หนังที่ช่วงครึ่งแรกเอาตรงๆโคตรช้าและน่าเบื่อพอสมควร สถานที่ก็วนเวียนอยู่แค่ภายในสถาบันนิติเวช อาจจะมีช่วง 10 นาทีแรกที่เน้นขายความหลอนที่พอไปวัดไปวาได้ แต่หลังจากนั้นจนถึงครึ่งเรื่องหนังเองเกือบเอาคนดูไม่อยู่ เข้าใจว่าเป็นการปูพื้นฐานตัวละครและใส่เนื้อหา ให้เราเข้าใจไปตามทิศทางที่หนังอยากสื่อให้คนดูเห็น จนพอเข้าครึ่งหลังหนังถึงเริ่มตีตื้นความสนุกน่าติดตามเข้ามาเรื่อยๆ เมื่อสิ่งต่างๆที่เหมือนจะเป็นไปตามที่เราคิดมันชักเริ่มไม่ใช่ซะแล้วในตอนนี้

ตัวละครที่ต้องมาเชือดเฉือนหาความจริงกันในเรื่อง หนังวางภาพออกมาได้ดีนะ เรารู้สึกกับตัวละครตามที่หนังพยายามสื่อออกมาได้ตลอดทั้งเรื่องจริงๆ ไม่ระแคะระคายสงสัยหรือเอะใจอะไรแม้แต่น้อย จนถึงวินาทีที่เปิดเผยเรื่องราวออกมาจริงๆนั่นแหละเราถึง…เชี่ยมันยังงี้เองหรอว่ะ ฮ่าฮ่า การวางแผนของตัวละครเอกในหนังเรื่องนี้ต้องเรียกว่าเป็น Perfect Plan เป็นแผนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ตัวละครหลอกกันเองว่าสมบูรณ์แบบแล้ว หนังยังหลอกคนดูได้สมบูรณ์แบบเช่นกัน นั่งดูไปไม่เคยเอะใจสงสัยว่าหนังจะไปจบในทางนั้นเลยแม้แต่น้อย
หากหนังมีการหักเหของเรื่องราวที่ดีแล้ว จุดที่เป็นข้อเสียของหนังคือการเล่าเรื่องที่ไม่มีเสน่ห์นี่แหละ คิดว่าหนังจบได้ดีขนาดนั้น เราน่าจะเหวอหรือรู้สึกว่า…เฮ้ยหนังมันสรุปได้เจ๋งว่ะอะไรแบบนี้ แต่เรากลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย…หนังเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆมาเรียงๆขาดเสน่ห์ดึงดูดให้คนดูติดตาม หรือสนุกกับการคาดเดา ตัวละครก็ราบเรียบไม่มีเสน่ห์ไม่มีความน่าเอาใจช่วย หรือจะแช่งให้เป็นคนผิดจะเลือกข้างมันไม่มีเลย แบนราบไปซะหมด
สาเหตุหนึ่งก็คงเพราะหนังพยายามซ่อนความลับจนเกินไปนี่แหละมั้ง การแสดงออกของตัวละครมันเลยเท่าๆกันกลมกลืนกันไปหมด ไม่ได้ขายความน่าสงสัย บรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจซึ่งเป็นเสน่ห์ของ หนังแนวสืบสวน ลึกลับ แบบนี้
แต่สิ่งที่หนังมีและดึงคนดูไว้ได้ก็คือความจริงนี่แหละ เมื่อหนังซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดเราก็ยิ่งอยากรู้ว่า ตกลงแล้วเรื่องราวทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ จินฮาน ฆ่าเมียของตัวเองและขโมยศพจริงมั้ย หรือว่า ซุลฮี ยังไม่ตายจริงๆแล้วก็กำลังวางแผนเอาคืนสามีและชู้ของเขาอยู่ หรือสุดท้าเรื่องราวมันอาจจะทั้งใช่และไม่ใช่อย่างที่คนดูคิดไว้เลยก็ได้
สรุปแล้ว The Vanished (2018) ศพล่องหน เป็นหนังสืบสวนที่ออกจะเรื่อยๆมาเรียงๆนะ ถึงแม้หนังจะขาดเสน่ห์ไปซักหน่อย แต่ส่วนตัวก็ยังถือว่าเป็นหนังสืบสวนที่สอบผ่านนะ ถ้าอดทนจนพ้นครึ่งแรกของหนังไปได้ก็มีความสนุกในการค้นหาความจริงรอให้เสพในครึ่งหลังอยู่
ปล.หนังเป็นรีเมคของหนังสเปนเรื่อง The Body (2012) ครับ
ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก
ตอบลบมีเว็ปหนังเรื่องนี้ไหมคะ
ตอบลบมีเว็ปหนังเรื่องนี้ไหมคะ
ตอบลบ