Office (2015)
Office (2015) aka Opiseu พนักงานดีเดือด
#ปีนรั้วรีวิว #Thriller
คิมบยองกุก (แพ ซ็อง‑วู)
ผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากเลิกงานเขาเดินทางตรงกลับบ้านเหมือนปรกติทุกวัน ที่แตกต่างไปในวันนี้คือ สายตาที่เหม่อลอยเย็นชาหมดอาลัยตายอยาก เหมือนว่าชีวิตของเขาคงจะอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้แล้ว และสิ่งที่น่าช็อคก็คือ ผู้จัดการคิมไม่ได้เป็นคนเดียว ที่จะอยู่ไม่ถึงพรุ่งนี้ แทนที่จะจบชีวิตตัวเองคนเดียว เขากลับฆ่ายกครัวตัวเอง โดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้มาก่อน
ไม่กี่วันถัดมาตำรวจก็แห่กันมาเต็มบริษัท เพื่อหาข้อมูลการฆาตกรรมยกครัวครั้งนี้ และที่สำคัญคนร้ายอย่างผู้จัดการคิม ก็ยังไม่ถูกจับกุมตัวด้วย จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานทุกคนให้การตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุผู้จัดการคิมไม่มีอะไรที่ผิดปรกติ และพวกเขาต่างเชื่อว่าคนดีอย่างผู้จัดการคิม ไม่น่าจะทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ได้แน่นอน แต่นักสืบ จองฮุน (พัคซองอุง)
กลับสงสัยว่าพวกพนักงาน อาจจะไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดและกำลังปิดบังอะไรเอาไว้ หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบริษัท มันยิ่งชัดเจนว่าสาเหตุทั้งหมดมันน่าจะมาจากเรื่องงาน เพราะหลังก่อเหตุที่บ้านตัวเองผู้จัดการคิมได้ย้อนกลับมาที่บริษัทอีกครั้ง และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเขาออกไปจากตึกแห่งนี้อีกเลย
เป็นหนังอีกเรื่องนึงที่ไม่รู้จะเรียกว่าหักมุมได้มั้ย เพราะบางอย่างเราก็พอจะเดาออกแต่แรกอยู่แล้ว และบางอย่างหนังก็จงใจหลอกเรา จนไม่ต้องไปเดาให้เสียเวลาเพราะยังไงก็ไม่มีทางเดาถูก ฮ่าฮ่า
ส่วนตัวคิดว่าน้ำหนักของความตึงเครียด ที่จะบิ้วให้คนร้ายก่อเหตุมันยังเบาไปหน่อย มันก็เป็นระดับความกดดัน ที่พบเจอกับเป็นประจำในที่ทำงานอยู่แล้ว สำหรับคนเป็นมนุษย์เงินเดือน เผลอๆชีวิตจริงจะแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ ตอนดูเลยไม่อินกับแรงกดดันที่หนังสร้างให้กับตัวฆาตกร ที่สำคัญไปกว่านั้นกว่าหนังจะเข้าโหมด โหด เลือดสาด สยองขวัญ ก็ปาไปค่อนเรื่องแล้ว ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายถึงจะเริ่มเชือดกันอย่างจริงจัง
ส่วนหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น เป็นการที่หนังพาเราไปสำรวจพนักงานแต่ละคน ในออฟฟิศว่าใครเป็นยังไง แล้วใครจะเป็นรายต่อไป แต่ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละว่า พอแรงขับของตัวฆาตกรมันน้อยระหว่างดูมันจึงเป็นการลุ้นเดาว่าตกลงแล้ว ฆาตกรคือคิมบยองกุกจริงมั้ย หรือเป็นคนอื่น หรือว่าใครเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเขา เลยเสียดายที่หนังไม่ใส่ความตึงเครียด ระหว่างตัวละครลงไปให้เยอะกว่านี้ หนังมันเลยขาดไปหมดทุกอย่างแถมไม่พีคเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเฉลยจุดหักมุมหรือจุดระเบิดอารมณ์ของฆาตกร

หากจะถามว่าอะไรเป็นแรงขับ(ซึ่งเบามาก)ให้ฆาตกรลงมือ คงจะเป็นการที่ฆาตกรเหมือนแกะดำในที่ทำงาน เข้ากับใครก็ไม่ได้ ดีเกินไป ขยันเกินไป จนกลายเป็นการสร้างความอึดอัดให้คนอื่น และสุดท้ายเลยก็คือฆาตกรกำลังจะเสียงานของตัวเองไป ทำให้นึกย้อนไปถึงหนังเรื่อง Chotto Ima kara Shigoto Yametekuru (2017) รอเดี๋ยวนะ ตอนนี้ขอไปลาออกจากงานก่อน
กับคำถามของตัวละครนึงที่ว่า “ระหว่างฆ่าตัวตายกับลาออกจากงานอันไหนมันง่ายกว่ากัน” กับเรื่องนี้ก็เหมือนกันเลยนะ(แถมโดนให้ออกด้วยซ้ำ)จะฆ่าคนอื่นไปทำไม ในเมื่องานมันเครียดนัก ถึงแม้งานมันจะไม่ได้หากันง่ายๆก็จริง และการลาออกก็อาจจะเหมือนการหนีปัญหา…แต่ยังไงก็ดีกว่าการฆ่าคนอื่นหรือฆ่าตัวตายอยู่แล้วไม่ใช่หรอ

สรุปแล้ว Office (2015) aka Opiseu พนักงานดีเดือด ส่วนตัวเอาตรงๆเลยแล้วกันว่าหนังสอบไม่ผ่านหลายๆอย่างเลย ไม่ว่าจะความ ดราม่ากดดันบิ้วอารมณ์สร้างแรงขับให้ตัวฆาตกร หรือจะแง่มุมความสยองขวัญระทึกขวัญก็ธรรมดาไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่หากไม่คาดหวังอะไรมากนักดูเพื่อความระทึกขวัญบันเทิงแบบเบาๆ ไม่ชอบหนังสยองขวัญจิตตกตึงเครียดก็น่าจะพอตอบโจทย์อารมณ์ในแบบที่ต้องการได้
#MovieReview #รีวิวหนัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น