Jerome Bixby's The Man From Earth(2007)
Jerome Bixby's The Man From Earth (2007) คนอมตะฝ่าหมื่นปี #ปีนรั้วรีวิว #Drama #Fantasy #SciFi Director: Richard Schenkman
หนังที่ได้ยินได้ฟังมานานถึ งความสุดยอดว่า ไม่จำเป็นต้อ งมีฉากแอคชั่น ไม่ต้องมีอะไรหวือหวา แค่ตัวละครไม่กี่ตัว สนทนากั นหน้าเตาผิงไฟ แต่กลับสามารถ สะกดคนดูเอาไว้ได้ตลอดเวลา แ ละไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเ ลย หลังจากที่ดูจบยอมรับเลยว่า จริงตามนั้น หนังฉลาดหลักแหล มจริง ต้องชมคนเขียนบทเ ลยว่ากลบเกลื่อนช่องโหว่ได้ ดีจริงๆ
จอห์น โอลแมน (David Lee Smith) อาจารย์มหาลัยที่ชีวิตกำลัง รุ่งโรจน์สุดขีด แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะหั นหลังให้ความสำเร็จ ที่กำลัง พุ่งชนด้วยการลาออกจากมหาลั ย และกำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่ น ในวันย้ายข้าวของออกจากบ้าน พัก จอห์น ได้เชิญเพื่อนอาจารย์ในมหาล ัยหลายคน มาที่บ้านเพื่อบอกล า ทุกคนต่างสงสัยว่าทำไม จอห์น ถึงเลือกทิ้งชีวิตที่กำลังป ระสบความสำเร็จไป ทุกคนจึงพยายามกดดันและคาดค ั้น เอาคำตอบจากปากเขาให้ได้ แต่กลายเป็นว่า จอห์น ตัดสินใจที่จะบอกลาทุกคน ด้ว ยความจริงและตัวตนจริงของเข า เพื่อนทุกคนกลับคิดว่า จอห์น กำลังเล่นตลกอะไรกับพวกเขาอ ยู่ เมื่อ จอห์น บอกว่าเขาเป็นมนุษย์ถ้ำที่อ ยู่มายาวนานถึง 14,000 ปีแล้ว ในทีแรกเพื่อนๆต่างคิดว่า จอห์น พูดเล่น แต่ยิ่งคุยกันไปเรื่อยๆคำพู ดของ จอห์น กลับจริงจังมากขึ้นและที่ยิ ่งไปกว่านั้น พวกเขาที่เป็นระดับศาสตราจา รย์ ผู้เชี่ยวชาญในแขนงของตั วเอง กลับไม่สามารถโต้แย้งหรือหั กล้างสิ่งที่ จอห์น เล่ามาได้เลย ทุกคนเลยชักไม่แน่ใจแล้วว่า …ตกลงแล้ว จอห์น โอลแมน คนนี้ตัวตนจริงคือใครกันแน่
***เปิดเผยเนื้อหาบางส่วน** ****แนะนำว่าหากไม่อยากรู้รา ยละเอียดเลยอย่าเลื่อนอ่านต ่อ*** ** ** สารภาพอย่างนึงนะว่า ก่อนดูใ นใจคิดปรามาสหนังเรื่องนี้ไ ว้พอสมควร ก็นะ…ด้วยแรงอวยที่เยอะจนต่ อมอีโก้ทำงาน เลยคิดเอาว่ามั นจะดีจริงหรอ มันจะสุดยอดตามที่เขาว่าจริ งมั้ย ส่วนตัวแล้วหนังยอดเยี่ยมเล ยนะ ในแง่มุมของตัวเองที่นำเ สนอ คือแต่ละบทสนทนา แต่ละคำถาม ถ ึงเราจะพยายามหาข้อโต้แย้งก ็จริง แต่เราก็ไม่สามารถแย้งได้เล ย เพราะว่าเราเองก็ไม่รู้ว่า ท ี่เรารู้มันถูกมันจริงไหม หรือว่าคำถามที่ไม่มีคำตอบ หนังก็สามารถยกเหตุผล ในการห าคำตอบไม่ได้ มารองรับคำถามน ั้นได้ดีด้วย คนดูอย่างเราเลยต้องจำนน ต่อ บทหนังที่ฉลาดเรื่องนี้
พูดง่ายๆว่าที่คาดเดาไว้ ก็ต รงส่วนนึงแหละ เพราะก่อนดูก็คิดแย้งว่า หนั งจะสามารถหาคำตอบให้ทุกอย่า งในโลกนี้ได้ยังไง มันจึงกลายเป็นว่า หนังไม่ได ้ให้คำตอบให้กับเราได้ทุกอย ่าง แต่หนังฉลาดในการหาทางออก ให ้คำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบไ ด้ นั่นแหละที่ทำได้เยี่ยม หนังจึงมีน้ำหนักบทสนทนา ในเ ชิงปรัชญาเป็นส่วนมาก เพราะว่าเราเองไม่สามารถรู้ ได้ว่า มันเป็นเรื่องจริงหรื อไม่จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ม ี fact เลยนะ ถือว่าเยอะเลยล่ะ เพียงแต่มันเป็นความจริง ที่ ถูกนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องส มมุติในหนังเท่านั้นเอง แต่จะให้ยกตัวอย่าง ก็จะกลายเป็ นสปอยไปซะอีก
ผมจึงยกให้สิ่งที่ฉลาดจริงๆ ในหนังเรื่องนี้ก็คือ “บท” ไม่ใช่ตัวละคร จอห์น ที่จะรู้ไปซะทุกเรื่อง เพราะสิ่งที่ทำให้หนังที่มี แต่การพูดคุยทั้งเรื่องนี้ ไ ปได้ตลอดรอดฝั่ง คือ บทสนทนาโต้แย้งที่ฉลาด การเลือกใช้คำที่แทบจะไม่มี ช่องให้โต้แย้ง จังหวะการเล่าเรื่อง ที่มีทั้งจังหวะเร่งความเร็ ว จนเราคิดโต้แย้งไม่ทัน และจังหวะผ่อน หยุดพักให้คนดูได้หายใจหายค อ ได้ทบทวนตกตะกอน กับคำถามที่ ตัวละครสนทนากันในเรื่อง หนังเรื่องนี้หากเป็นคนที่ช อบอะไรใหญ่โต อลังการงานสร้า ง ระเบิดภูเขาเผากระท่อมคงจะไ ม่ถูกใจ แต่หากเป็นคนที่ชอบเสพอะไร ท ี่กระตุ่นต่อมความสนใจใคร่ร ู้แล้วล่ะก็ The Man from Earth (2007) เรื่องนี้น่าจะถูกใจแน่นอน
สรุปแล้ว The Man from Earth (2007) คนอมตะฝ่าหมื่นปี ถึงจะเป็นหนังที่มีแต่บทสนท นาก็จริง แต่ไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อ เลย ปรกติดูหนังอยู่บ้านต้องมีห ยิบโทรศัพท์มากดบ้าง แต่กับหนังเรื่องนี้ลืมโทรศ ัพท์ไปเลยตื่นเต้นแล้วก็น่า ติดตามจริงๆ ใครที่ยังไม่ได้ดูแนะนำเลยด ีจริงสมคำร่ำลือ#MovieReview #รีวิวหนัง
VIDEO
เลือกให้จบแบบเศร้าด้วยนะ เล่นกันถึงตาย
ตอบลบ