แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังเกาหลี(Korean) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังเกาหลี(Korean) แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568

Review: Extraordinary You (2019)

 Extraordinary You (2019) รักนี้หัวใจบอกไม่ธรรมดา

#ปีนรั้วรีวิว #Comedy #Fantasy #Romantic Director: Kim Sang-Hyub, Kim Sang-Woo
      อึนดันโอ (คิมฮเยยุน) เด็กมัธยมปลายในโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียง เธออยู่ในครอบครับที่อบอุ่น แต่กลับโชคร้ายเมื่อเกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อึนดันโอ เป็นคู่หมั้นของ เบคคยอง (อีแจอุค) หนึ่งใน A3 สามหนุ่มคนดังของโรงเรียน เพียงแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา อึนดันโอ ก็เป็นได้เพียงรักข้างเดียวของ เบคคยอง

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568

Review: Taxi Driver (2021)

 Taxi Driver (2021) รับชมได้ทาง: VIU

#ปีนรั้วรีวิว #Action #Crime #Drama Director: Park Joon-Woo
       “อย่าตาย แก้แค้นซิ เราจัดการให้เอง” ซีรีส์แอคชั่น ล้างแค้น เล่าเรื่องราวของ คิมโดกี (อีเจฮุน) พนักงานขับรถแท็กซีวีไอพี ที่หากมองดูจากภายนอกคงไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่ที่จริงแล้วเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มคนที่รวมตัวกันอย่างลับ ๆ ด้วยการทำธุรกิจให้เช่ารถแท็กซีและองค์กรการกุศล เพื่อช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเป็นการบังหน้า แต่เบื้องหลังของ คิมโดกีและสมาชิกคนที่เหลือ อย่างประธานจางซึงชอล (คิมอึยซุง), อันโกอึน (พโยเยจิน) และคู่ซี้ ชเวคยองกู (จางฮยอกจิน) กับ พัคจินอน (เบยูรัม) คือกลุ่มใต้ดิน ที่รับจ้างแก้แค้นให้กับผู้คนที่ไร้หนทางพึ่งพิงแม้กระทั่งกฎหมาย

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Review: Dongjae, the Good or Bastasd (2024)

 Dongjae, the Good or Bastasd (2024) ดงแจ อัยการสองคม

  • Director: Park Gun-Ho
  • Writer: Hwang Ha-Jung, Kim Sang-Won

ซีรีส์เกาหลีภาคแยกของตัวละครอัยการซอดงแจ จากซีรีส์เกาหลีสืบสวนเรื่อง Stranger (TV Series 2017–2020) ที่ละครสีเทาที่ทำอะไรพลิกแพลงตามสถานการณ์คาดเดายากว่าสิ่งที่ทำจะดีหรือแย่

อัยการซอดงแจ ที่ชีวิตตกต่ำเสียชื่อเสียงจากผลของการกระทำในอดีต ปัจจุบันกลายมาเป็นพี่เลี้ยงให้อัยการรุ่นน้องในสำนักงานอัยการเขต ด้วยความอยากกอบกู้หน้าที่การงานและชีวิตครอบครัวที่พังลง จึงพยายามมองหาคดีใหญ่สักคดีหนึ่งที่จะพาเขากลับไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด แล้วก็โป๊ะเชะ เมื่อคดีพิพาทระหว่างเจ้าของร้านขายอาหารกับเสี่ยรถหรูดูจะมีเงื่อนงำอะไรเป็นพิเศษ เมื่อมันอาจจะเกี่ยวกับ นัมวานซอง ประธานบริษัทก่อสร้างขาใหญ่ประจำเมืองที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง

แต่ความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อเกิดคดีฆาตกรรมนักเรียนมัธยมหญิงคนหนึ่ง พัวพันไปถึงลูกชายของประธานนัมวานซอง อัยการซอดงแจเลยมาถึงทางแยกชีวิตอีกครั้ง เขาจะเลือกทางไหนระหว่างเป็นอัยการที่ดีทำไปตามหน้าที่ที่ควรทำ หรือจะเลือกเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากคดีความเหมือนที่ผ่านมา

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Review: Mouse (tvN/2021)

 Mouse (tvN/2021) รับชมได้ทางแอป VIU/ WeTV/ iQIYI

#ปีนรั้วรีวิว #Action #Crime #Mystery Director: Choi Joon-Bae
      เนื้อหาของซีรีส์เล่าเรื่องราวที่มีจุดเริ่มต้นขึ้นในอดีต เมื่องานวิจัยด้านพันธุกรรมไซโคพาธของ ดร. แดเนียล อี ประสบความสำเร็จได้ผลแม่นยำถึง 99 % ท่ามกลางความโกลาหลของข่าวฆาตกรรมต่อเนื่องฉายานักล่าหัว เขาจึงได้รับเชิญให้มาร่วมพิจารณากฎหมาย ที่จะทำให้โลกกลายเป็นยูโทเปียที่สมบูรณ์ ด้วยการตรวจพันธุกรรมไซโคพาธเด็กทุกคนที่กำลังจะเกิดขึ้นมา แล้วจัดการตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้เด็กที่มียีนส์ไซโคพาธลืมตาขึ้นมาดูโลก แน่นอนว่ามีหลายเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยจึงทำให้กฎหมายนั้นตกไป

เวลาผ่านไปนานหลายปีหลังจากฆาตกรฉายานักล่าหัวโดนจับ ตำรวจน้องใหม่อย่าง จองบารึม (อีซึงกิ) ได้เป็นอาสาสมัครของโบสถ์ เข้าไปสร้างความบันเทิงให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ กลับต้องเผชิญกับเรื่องน่ากลัว เมื่อผู้คุมเรือนจำ นาชีกุก (อีซอจุน) เพื่อนสนิทของเขาตกเป็นเหยื่อของฆาตกร แม้จะเอาชีวิตรอดมาได้แต่ นาชีกุก ก็ต้องอยู่ในภาวะโคม่า สังคมที่เคยสงบสุขก็กลับมาโกลาหลอีกครั้ง เมื่อเหตุร้ายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเรือนจำ แต่เกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้นหลายรายในเมืองมูจิน

จากการหาเบาะแสของ โกมูจี (อีฮีจุน) นายตำรวจที่ โกมูวอน (คิมยองแจ) พี่ชายกลายเป็นคนพิการ และสูญเสียพ่อแม่ให้กับฆาตกรนักล่าหัว หลักฐานหลายอย่างที่เขาได้มาบ่งชี้ว่า เป็นฝีมือของฆาตกรไซโคพาธเหมือนในอดีต ซึ่งผู้ต้องสงสัยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนคนนั้นก็คือ ซองโยฮัน (ควอนฮวาอุน) หมอหนุ่มที่เป็นลูกชายของฆาตกรต่อเนื่องนักล่าหัว ที่อาจได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมไซโคพาธมาจากผู้เป็นพ่อมา

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Review: Breakup Probation, A Week (2021)

 Breakup Probation, A Week (2021) 

#ปีนรั้วรีวิว #Romance
      ซีรีส์เล่าเรื่องราวของคู่รักวัยทำงานอย่าง พัคการัม (ควอนยูริ) สาวผู้จัดการร้านขายเครื่องสำอางกับคิมซอนแจ (ฮยอนอู) หนุ่มพนักงานบริษัท ทั้งสองคนคบหาและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายปี แม้จะขยันขันแข็งช่วยกันทำมาหากิน แต่เหมือนว่าความพร้อมที่จะได้แต่งงานใช้ชีวิตคู่สร้างอนาคตร่วมกันมันก็ยังดูห่างไกลความจริง จากที่เคยมีวันชื่นคืนสุข ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมันเริ่มทำให้ทั้งสองคนไม่เข้าใจกันมากขึ้น

เมื่อ คิมซอนแจ มักจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานแทบทุกคืน ทุกครั้งที่ฝ่ายหญิงขอตามไปทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานของคนรัก อีกฝ่ายก็มักจะตอบปฏิเสธกลับมาเสมอ ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจและการด้อยค่าตัวเองจึงก่อตัวขึ้นในความรู้สึกของการัม จนทำให้เธอหมดความอดทนและตัดสินใจบอกเลิกกับซอนแจ เพียงแต่ในวันที่การัม ตัดสินใจตัดอีกฝ่ายออกจากชีวิต มันกลับทำให้เธอได้รู้ว่าการลบลืมบางคนออกไปจากใจมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจากลาในวันนั้นมันนำมาซึ่งความสูญเสียของทั้งเธอและตัวคนรัก

แต่แล้ว การัม ก็ได้ข้อเสนอจากผู้กำหนดความตาย ด้วยการให้ทางเลือกในการช่วยชีวิตคนรัก เธอจะได้ย้อนกลับไป 1 สัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งสิ่งเดียวที่ผู้กำหนดความตายต้องการก็คือ เธอต้องตัดด้ายสีแดงแห่งโชคชะตาระหว่างเธอกับคนรัก โดยการทำยังไงก็ได้ให้คิมซอนแจเลิกและตัดใจจากเธอ ไม่เช่นนั้นโชคชะตาระหว่างเธอกับเขาจะจบลงเช่นเดิมอีกครั้ง

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Review: Juror 8 (2019)

 Juror 8 (2019) 8 คนพิพากษา

#ปีนรั้วรีวิว #Drama Director: Seung-wan Hong
      หนังเล่าถึงเรื่องราวในปี 2008 คิมจุนคยอม (So-Ri Moon) ผู้พิพากษาหญิงที่ได้รับมอบหมายให้ตัดสินคดีมาตุฆาต (ฆ่ามารดา) ผู้ที่ตกเป็นจำเลยในคดีก็คือคังดูซิค (Seo Hyun-Woo) ชายพิการที่อาศัยอยู่กับแม่ตามลำพังในคืนเกิดเหตุ ความพิเศษของการพิจารณาคดีนี้ก็คือการใช้คณะลูกขุน 8 คน ร่วมในการพิจารณาตัดสินคดีเป็นครั้งแรกของเกาหลี มันจึงกลายเป็น talk of the town ที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ

แต่อีกด้านหนึ่งมันก็เท่ากับเป็นการโยนความกดดันให้กับ คิมจุนคยอม ที่ต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรเอาไว้ ไม่ให้เกิดดราม่าวุ่นวายระหว่างการพิจารณาคดี รวมทั้งคณะลูกขุนทั้ง 8 คน ที่พวกเขาจะต้องตัดสินชีวิตของคนคนหนึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต เพียงแค่เขียนคำตัดสินลงในกระดาษเท่านั้น ก็สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับคนคนหนึ่งได้แล้ว

แต่คำตัดสินที่น่าจะได้ผลสรุปอย่างง่ายดาย เมื่อหลักฐานของอัยการแน่นหนาจนมัดตัวผู้ต้องหา เสียงโหวตที่ต้องเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เท่านั้นจึงจะตัดสินคดีได้ กลับมี ควอนนัมอู (Hyung-shik Park) ลูกขุนหมายเลข 8 ที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ เขาจึงอยากให้ทุกคนในห้องนั้นนั่งลงถกเถียงกันถึงหลักฐานอีกครั้งว่า คังดูซิค ควรจะมีความผิดจริงหรือไม่

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567

Review: God's Gift - 14 Days (2014)

God's Gift - 14 Days (2014) 14 วันสวรรค์กำหนด

#Drama #Thriller Director: Lee Dong-Hoon/ Writer: Choi Ran
      เนื้อหาของซีรีส์เล่าเรื่องราวของ คิมซูฮยอน (Lee Bo-Young) นักเขียนบทรายการโทศทัศน์แนวสืบสวนชื่อดัง ภรรยาของอัยการ ฮันจีฮุน (Kim Tae-Woo) และแม่ของ ฮันแซตบยอล ลูกสาววัย 8 ขวบที่คลั่งไคล์นักร้องชื่อดังอย่าง แทโอ (No Min-Woo) อัยการ ฮันจีฮุน ได้รับเชิญให้ไปร่วมรายการที่ คิมซูฮยอน เป็นคนเขียนบท แต่ด้วยความเป็นอัยการที่ยึดอุดมการณ์ตามตัวบทกฎหมาย เมื่อถูกถามถึงการนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ ซึ่งกำลังเป็นหัวข้อวิพากษ์ของสังคม คำตอบของอัยการฮันจีฮุนเลยสร้างความไม่พอใจให้กับครอบครัวของเหยื่อ ที่รอคอยให้คนร้ายได้รับโทษสมกับที่ก่อเอาไว้

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567

Review: You are My Spring (2021)

You are My Spring (2021)

#Drama #Romance Director: Jung Ji-Hyun/ Writer: Lee Mi-Na
      คังดาจอง (Seo Hyun-Jin) สาวพนักงานโรงแรมที่วัยเด็กโตมาในครอบครัวที่พ่อใช้ความรุนแรงกับแม่ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่กลายเป็นว่าเธอกลับคบแต่ผู้ชายแย่ ๆ เหมือนพ่อของตัวเอง หลังจากย้ายที่อยู่ใหม่เธอได้มาเป็นเพื่อนบ้านกับ จูยองโด จิตแพทย์ที่มาเปิดคลินิกอยู่ที่ชั้นล่าง ทั้งสองคนไม่ถูกชะตาตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ๆ เมื่อ จูยองโด (Kim Dong-Wook) ดันไปพูดจี้ใจดำตอกย้ำปมที่ทำให้ ดาจอง มักจะเจอแต่ผู้ชายห่วย

แต่เหมือนว่าหนุ่มคนใหม่ของ คังดาจอง พ่อหมอ จูยองโด อาจจะทายผิด เมื่อ แชจุน (Yoon Park) หนุ่มที่เทียวไล้เทียวขื่อคอยตามจีบ คังดาจอง ในคราวนี้ ดูเป็นคนดี สุภาพบุรุษ จนทำให้ คังดาจอง ที่ในตอนแรกเอาแต่ปฏิเสธไม่อยากรับรักคนดีอย่างเขา ใจอ่อนยอมเปิดทางให้ แชจุน เริ่มเข้ามาในชีวิตมากขึ้น เพียงแต่ จูยองโด ดันสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างในตัว แชจุน ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแย่กว่าแฟนคนที่ผ่านมาของ คังดาจอง แต่อาจเลวร้ายกว่านั้นหลายเท่า

ซีรีส์เกาหลีสายฮีลที่ออกจะมีเนื้อหาหนักหน่วงไม่น้อย เพราะถึงแม้จะสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจตัวละคร ในขณะเดียวกันมันก็หลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่ฉายให้เห็นภาพประสบการณ์แย่ ๆ เหล่านั้น คือซีรีส์ไม่ได้แค่บอกว่าตัวละครมีปมแต่ยังนำเสนอที่มาที่ไปของปมที่กลายเป็นบาดแผลในใจนั้นด้วย พอได้ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วลองสังเกตุตัวเองดูก็มีแอบคิดเหมือนกันนะครับ ว่าแต่ละการตัดสินใจของเราเราตัดสินใจด้วยวิธีคิดที่เป็นเหตุผลจริงหรือเปล่า หรือเราเหมือนกับตัวละคร คังดาจอง ที่ตัดสินใจเลือกคบแต่คนแย่ ๆ เพราะอยากจะแก้ไขพวกเขาเหล่านั้นให้ดีขึ้น คังดาจอง โทษตัวเองในตอนเด็กว่าช่วยแม่ที่ถูกพ่อใช้ความรุนแรงไม่ได้ พอโตขึ้นมาเลยพยายามแก้ไขผู้ชายแย่ ๆ พวกนั้นที่เหมือนกับพ่อ

แล้วก็ไม่เฉพาะ คังดาจอง นางเอกของเราเท่านั้นที่มีปมหนักหน่วง ตัวละคร จูยองโด พระเอกของเรื่องที่เป็นจิตแพทย์เองก็มีปมฝังใจในชีวิตเหมือนกัน เขาถูกแม่กล่าวโทษเรื่องที่พี่ชายป่วยจนเสียชีวิต หรือตัวละคร แชจุนกับอีกหนึ่งตัวละครลับก็มีปมฝังใจในวัยเด็ก เป็นแรงขับทำให้ตัดสินใจทำเรื่องต่าง ๆ ลงไป พูดให้เข้าใจง่ายเรื่องนี้คงเหมือนเป็นซีรีส์ที่พูดถึงเบ้าหลอมคนคนหนึ่ง ว่าแต่ละประสบการณ์จะดีจะแย่มันก็ส่งผลให้เราเป็นเราเมื่อโตขึ้น ซึ่งซีรีส์ก็สรุปปิดท้ายในประเด็นนี้ได้ชัดเจน

เป็นซีรีส์ที่ผมชอบบทสนทนาของตัวละครในเรื่องมากเลย มันไม่ใช่บทพูดที่ไพเราะเรียบเรียงสวยงามอะไร อาจจะไม่ใช่คำพูดที่แสดงออกว่าเข้าอกเข้าใจปัญหาด้วยซ้ำ แต่เป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังรู้สึกปลอดภัย รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา เป็นคำพูดที่คนกำลังมีความทุกข์ ความเศร้า ได้ยินแล้วทุเลาความรู้สึกเหล่านั้นไปได้บ้าง ฉะนั้นนอกจากเราจะได้เห็นตัวละครเยียวยากันและกัน เราที่เป็นคนดูยังได้ปลอบใจตัวเองด้วยอีกด้วย หากเคยผ่านประสบการณ์ใกล้เคียงกับตัวละคร แล้วอีกเรื่องหนึ่งเหมือนจะได้สะท้อนตัวเองอีกครั้ง ว่าเป็นคนไม่เหมาะในการให้คำปลอบโยนกับใครเลย ฮ่าฮ่า

นอกจากบทสนทนาที่ตัวละครเยียวยากันแล้ว บทสนทนาในพาทโรแมนติกหรือพาทตลกก็ทำออกมาดีเช่นกัน อย่าว่างั้นงี้เลยครับ ถึงจะเป็นซีรีส์แนวเยียวยาจิตใจก็จริง แต่มุกตลกในซีรีส์ก็ออกแนวแซวขำ ๆ หยิกแกมหยอก ที่แอบเหมือนการล้ออยู่เหมือนกันล่ะครับ ฮ่าฮ่า แค่มันไม่ใช่การล้อเลียนแบบแง่ลบ ออกแนวพูดแซวอ้อล้อกันขำ ๆ หยิกแกมหยอกเสียมากกว่า เหมือนคนจีบกันแต่เขินเลยแซวลองเชิงกันไปกันมา

เคมีนักแสดงก็ถือว่าดีมากทั้งนักแสดงหลักและสมทบ คิมดงอุค ในบทหมอจูยองโด บทจะจริงจังก็ทำได้น่าเชื่อถือ บทจะขายขำก็ตลกหน้าตายดูน่ารักดี ส่วนคนที่ผมถูกใจที่สุดเห็นจะเป็น ซอฮยอนจิน ซึ่งแทบจะกลายเป็นนางเอกขวัญใจผมไปแล้ว ยิ่งดูยิ่งติดตามผลงานก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ บทดราม่าเอาอยู่ บทโรแมนติกที่ต้องใช้ความน่ารักก็มีเสน่ห์

การดำเนินเรื่องของซีรีส์นอกจากพูดถึงการเยียวยาปมฝังใจของตัวละครแล้ว เนื้อหายังมีการสืบสวนคดีฆาตกรรมอีกด้วย เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โทนของซีรีส์ออกจะเข้ม สวนทางกับประเด็นที่นำเสนอการเยียวยาจิตใจ แต่ข้อดีมันก็ทำให้เรื่องราวน่าติดตาม ทำให้ตัวละครดูไม่น่าไว้วางใจคาดเดาว่าจะมาดีมาร้าย เป็นซีรีส์ที่ผมคิดว่าเหมาะกับคนที่ชอบดูเนื้อหาสะท้อนในทางบวก มีสาระแง่คิด ดำเนินเรื่องราวเรื่อย ๆ เน้นความสัมพันธ์ตัวละคร แต่ยังมีความบันเทิงสูตรสำเร็จแบบฉบับซีรีส์เกาหลี ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมค่อนข้างชอบเลยล่ะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Review: The King of Pigs (2022)

The King of Pigs (2022)

#Thiller #Drama
Director: Kim Dae-Jin
Writer: Tak Jae-Young
      ฮวังคยองมิน (Kim Dong-Wook) ประธานบริษัทขนส่งผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว จากเหตุพยายามฆ่าตัวตายของเขากับภรรยา เพียงแต่คดีที่ดูเหมือนเป็นการจบชีวิตตัวเองธรรมดาทั่วไป กลับสร้างข้อสงสัยมากมายให้กับ คังจินอา (Chae Jung-An) ตำรวจหญิงที่รับผิดชอบคดีนี้ เมื่อ ฮวังคยองมิน หายตัวไปจากที่เกิดเหตุ ทิ้งไว้เพียงแค่ข้อความปริศนาไว้บนกระจกถึง จองจงซอก (Kim Sung-Kyu) เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อให้เขามาร่วมทำบางสิ่งบางอย่างกับตนเอง

หลังจากนั้นไม่นาน ฮวังคยองมิน ได้ก่อเหตุฆาตกรรมขึ้น ซึ่งเหยื่อรายต่อไปคือเพื่อร่วมชั้นเรียนสมัยมัธยมต้น หนึ่งในคนที่เคยรวมหัวกลั่นแกล้งเขา ภาพของรูปคดีในหัวของ คังจินอา จึงเริ่มชัดแล้วว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในอดีตระหว่าง ฮวังคยองมินและเหยื่อ เพียงแต่สิ่งที่ยังไม่แน่ชัดก็คือเพื่อนร่วมงานของเธออย่าง จองจงซอก เกี่ยวข้องยังไงกับคดีนี้และเรื่องราวในอดีตเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Review: Beyond Evil (2021)

 Beyond Evil  (2021) 

  • Screenwriter: Kim Soo Jin
  • Director: Shim Na Yeon

      อีดงชิก (ชินฮากยุน) นายตำรวจเลือดบ้าแห่งสถานีตำรวจย่อยในมันยาง เมืองเล็ก ๆ ที่ผู้คนติดหล่มอยู่กับอดีตอันเลวร้าย เมืองที่คนในอยากออก ส่วนคนนอกก็ไม่มีใครสนใจจะย้ายเข้ามา แล้วในวันหนึ่งใครจะไปคิดว่านายตำรวจดาวรุ่งอย่างสารวัตรฮันจูวอน (ยอจินกู) หัวกะทิของโรงเรียนตำรวจ จะอาสาย้ายเข้ามาทำงานที่สถานีย่อยในมันยาง แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนประหลาดใจ ไม่ใช่เพียงแค่เขาเป็นตำรวจหนุ่มที่มีอนาคตเท่านั้น ฮันจูวอน ยังเป็นลูกชายของ ฮันกีฮวาน (ชเวจินโฮ) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่เป็นว่าที่ผู้บัญชาการคนต่อไป จุดประสงค์การมาที่มันยางในครั้งนี้ของ ฮันจูวอน คู่หูคนใหม่ จึงคลุมเครือในสายตาของ อีดงชิก  

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Review: All of Us Are Dead (2022)

 All of Us Are Dead (2022) มัธยมซอมบี้

  • Screenwriter: Chun Sung Il
  • Director: Lee Jae Gyoo

      ซีรีส์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมฮโยซาน ซึ่ง อีบยองชาน (Kim Byung Chul) ครูสอนวิทยาศาสตร์เกิดอุตริทำการทดลองสุดสยองขึ้นมา เพราะอยากจะให้ลูกชายของตัวเองที่มักโดนรังแกตอบโต้กลับไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ของการทดลองกลับกลายเป็นการสร้างไวรัส ที่เปลี่ยนให้คนติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงทั้งโรงเรียนแปรสภาพกลายเป็นนรกบนดิน เมื่อทั้งครูและนักเรียนกลายเป็นฝูงซอมบี้กระหายเลือด นักเรียนที่เหลือรอดชีวิตจึงต้องพยายามทำทุกทางเพื่อเอาตัวรอด เพียงแต่การเป็นแค่เด็กมัธยม แล้วต้องมาเอาชีวิตรอดท่ามกลางฝูงห่าซอมบี้ มันก็กดดันบีบคั้น จนทำให้การตัดสินใจเรื่องง่าย ๆ ผลลัพธ์มันก็ออกมาอิหยังวะได้เหมือนกัน

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Review: #Alive (2020)

 #Alive (2020) คนเป็นฝ่านรกซอมบี้

Screenwriter & Director: Jo Il Hyung

      ตั้งแต่ทั่วโลกได้รู้จักกับ Train to Busan ก็ต้องบอกว่า ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความร้อนแรงของ K-Zombies ได้เลย เมื่อหนังซอมบี้สัญชาติเกาหลีใต้ที่สร้างออกมานั้น สามารถการันตีได้ในขั้นแรกเลยว่าจะทำออกมาสนุกตื่นเต้นแน่นอน เพราะหนัง K-Zombies นั้นนำเอาจุดเด่นของซอมบี้ยุคใหม่มาใช่เป็นแกนหลัก ที่มีความโหด ความรวดเร็ว โจมตีกันเป็นฝูง แถมยังไวต่อเสียงเรียกได้ว่าหากเหล่ามนุษย์ในหนังซอมบี้เกาหลีอยากจะมีชีวิตรอดล่ะก็ ต้องสับตีนแตกหรือไม่ก็เก็บตัวนิ่ง ให้เงียบที่สุดเท่านั้น

เช้าธรรมดาวันหนึ่งของ จุนอู (ยูอาอิน) เด็กหนุ่มที่ตัดสินใจโดดเรียนนั่งเล่นเกมอยู่ในอพาร์ทเมนท์ ต้องกลายเป็นวันที่เขาจะจดจำไปชั่วชีวิต เมื่อทั้งเมืองที่เขาอาศัยอยู่นั้น เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสลึกลับที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นซอมบี้ ด้านหนึ่งมันก็กลายเป็นความโชคดีในการโดดเรียนของ จุนอู ในคราวนี้ ที่ทำให้เขาไม่ต้องออกไปเผชิญหน้าเหล่าซอมบี้ แต่อีกด้านมันก็ทำให้เขาติดอยู่ในอพาร์ทเมนท์เพียงลำพัง ท่ามกลางเหล่าเพื่อนบ้านที่กลายเป็นซอมบี้กันไปหมดแล้ว

จุนอู ใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวันเพียงเพราะหวังว่าความช่วยเหลือจะมาถึง แต่ยิ่งเวลาผ่านไป จุนอู ก็เริ่มนึกถึงคำบ่นของแม่ ที่มักจะบอกให้เขาออกไปซื้อของมาตุนในตู้เย็น เมื่อในตอนนี้อาหารมันร่อยหลอลงไปทุกที ความหวังในการรอความช่วยเหลือก็ยิ่งลดลงไปทุกขณะ เมื่อดูเหมือนว่าในตอนนี้ ภายนอกก็กำลังเจอกับปัญหาเดียวกันหมด แล้วแบบนี้ จุนอู จะตัดสินใจอย่างไร จะไปตายเอาดาบหน้าหรือจะนอนรอจนกว่าความตายมันจะมาถึงคิวของตัวเอง

หนังซอมบี้จากเกาหลีอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างมีกระแสความสนใจในไทย ซึ่งตัวหนังเรื่องนี้ผมก็ไม่รู้จะใช้คำอธิบายว่าอะไรดี คือหนังได้ไอเดียและ Matt Naylor มือเขียนบทมาจากหนังซอมบี้ฝรั่งเรื่อง Alone (2020) มันก็เลยมีอะไรคล้ายกันบ้าง ซึ่งตัวผมยังไม่เคยดูหนังเรื่อง Alone เต็ม ๆ มาก่อนเคยดูแต่ตัวอย่างหนังเท่านั้น เลยไม่ทราบว่ามันมีความแตกต่างหรือคล้ายกันจุดไหนบ้าง รีวิวนี้เลยจะขอกล่าวถึงเฉพาะหนังเรื่องนี้อย่างเดียวก็แล้วกันครับ

แน่นอนว่าจากที่เห็นในตัวอย่างทีแรก หลายคนคงพอดูออกว่าหนังไม่ได้คิดการใหญ่ ฉะนั้นใครที่ติดภาพฝูงห่าซอมบี้พุ่งเข้าโจมตีคนแบบใน Train to Busan และภาคต่อ Peninsula ก็ขอให้ลดความคาดหวังสเกลความใหญ่ความตื่นตาตื่นใจแบบนั้นได้เลยครับ เพราะหนังเรื่องนี้เน้นขายความลุ้นระทึก ตื่นเต้น จากข้อจำกัดของมนุษย์ในการเอาชีวิตรอด ไม่ว่าจะสถานที่ อาหาร การสื่อสารและระยะทาง ที่ตัวละครต้องฝ่าด่านซอมบี้ให้ได้เพื่อเอาชนะอุปสรรคที่ว่า 

ซึ่งหลังจากที่ผมดูจบบอกได้ว่าแม้ความสนุกตื่นเต้นมันจะไม่ได้พุ่งถึงขีดสุดอะไร แต่ถามว่าหนังทำได้ตามมาตรฐานหนังซอมบี้ที่สนุกซักเรื่องหนึ่งรึเปล่า ผมตอบได้เลยว่าหนังสนุกมีหลายฉากทำให้ลุ้นจนนั่งไม่ติด ในส่วนของซอมบี้ก็ดีไซน์ออกมาในแนวทางเดียวกัน กับใน Train to Busan ดูสยองขวัญ บิดเบี้ยว น่าขนลุกใช้ได้เลยครับ แล้วก็ แม้สเกลหนังจะเล็กแต่ในเรื่องเมคอัพเอฟเฟคของซอมบี้ ก็ออกมาดีไม่ไก่กา การออกแบบฉากจู่โจมของซอมบี้ ก็ทำได้ตื่นเต้นชวนให้คนดูเอาใจช่วยตัวละครได้ดีครับ 

ส่วนในเรื่องของนักแสดงในทีแรกที่เห็นแคส ยูอาอิน กับ พัคชินฮเย ผมก็คิดว่าหนังอาจจะเน้นขายความดราม่า เพราะเลือกนักแสดงสายนี้มารับบทนำ แต่เอาเข้าจริงแม้จะบอกได้ว่านักแสดงอย่าง ยูอาอิน จะทำออกมาได้ดีในส่วนของการแสดง แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาในหนัง มันก็น้อยเกินกว่าที่จะปูดราม่าให้ผู้ชมอินได้มากพอ ในส่วนดราม่าของหนังเลยบอกได้ว่ามันไปไม่สุด ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาที่เป็นกำดักที่หนังสร้างขึ้นมาเอง แต่ส่วนที่ผมถูกใจ จะว่าถูกใจก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เรียกว่าน่าสนใจคงจะใช่กว่าครับ กับเรื่องของคาแรคเตอร์ตัวละคร จุนอู ที่ ยูอาอิน รับบท และ ยูบิน ที่พัคชิยฮเย รับบทบาทนั้นครับ 

เมื่อหนังเลือกให้ จุนอู เป็นเด็กวัยรุ่นในแบบที่เรียกได้ว่า พร้อมจะสร้างวิกฤติซ้ำซ้อนให้กับตัวเองได้ตลอดเวลา เขาใช้ชีวิตอย่างไร้ความหมายผ่านไปวัน ๆ ไม่สนโลกไม่มีการวางแผนอะไร กระทั่งเกิดเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดขึ้นมาก็แทบจะเรียกได้ว่า ไม่เหลือแรงบันดาลใจอะไรในการใช้ชีวิตเลย เมื่อต้องอยู่ตัวคนเดียว แต่พอได้เจอกับ ยูบิน ความหวังในการจะมีชีวิตอยู่ มันก็เลยกลับมาอีกครั้ง ตรงนี้ผมไม่แน่ใจนะว่าหนังจงใจสะท้อนชีวิตวัยรุ่นเกาหลีหรือเปล่า แต่ก็ดูมีแนวโน้ม เพราะว่าหนังเองก็เลือกหยิบเอากิมมิกของการสื่อสารในยุคปัจจุบันมาใช้ด้วย พร้อมทั้งแอบใส่ความตลกร้ายของเทคโนโลยีเข้ามาอีก อย่างตอนที่ จุนอู ไม่สามารถรับข่าวสารจากทีวีได้แล้ว เขาจำเป็นต้องฟังจากวิทยุแทน แต่เจ้ากรรมหูฟังสมัยนี้ดันเป็นแบบไร้สาย เลยไม่มีแจ็คเสียบกับช่องหูฟัง หรือการที่เครือข่ายโทรศัพท์ล่ม ก็จำเป็นต้องหันมาใช้วิทยุสื่อสารทดแทน การที่นางเอก ยูบิน มีสกิลการเอาชีวิตรอดได้ดีในช่วงเวลาคับขัน โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ หากจะมองว่าหนังหยิบเอามาสะท้อน การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันมันก็คงพอมองได้ครับ

ยิ่งกับการที่หนังออกมาในช่วงโรคระบาด โควิด – 19 ด้วยแล้ว ความห่างระหว่าง จุนอู กับ ยูบิน มันยิ่งสะท้อนได้อย่างชัดเจนเลยว่า มนุษย์เรานั้นยังไงก็เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอยู่ร่วมกัน ในขณะที่ยังมีคนล้อมรอบอยู่ จุนอู ก็ไม่ได้เห็นคุณค่าอะไรใช้ชีวิตมาลำพังคนเดียว แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวจริง ๆ แล้ว มันคนละเรื่องกันเลย เหมือนกับฉากที่มีแสงเลเซอร์จาก ยูบิน ยิงมาที่ตัวเขา นาทีนั้นความอยากตายมันก็หายไปจากหัวสมองเลย

สรุปแล้ว #Alive (2020) เป็นหนังซอมบี้ที่ผมบอกได้ว่าสนุก แต่อย่าคาดหวังเยอะเพราะหนังสเกลเล็กและเน้นขายข้อจำกัดของตัวละคร ในพาทดราม่าก็ทำออกมาได้ไม่สุด แต่ในภาพรวมถือว่าผ่านมาตรฐานหนังซอมบี้ที่ดูเพื่อความบันเทิง บวกด้วยประเด็นต่าง ๆ ในหนังที่ผมกล่าวไป แม้จะไม่ได้ขับเน้นออกมาชัดเจนจับต้องได้มากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนที่แต่งแต้มสีสันความแปลกใหม่ให้กับหนังได้พอสมควรครับ


วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567

Review: Criminal Minds (2017)

Criminal Minds (2017) อ่านเกมฆาตกร

#Action #Mystery #Drama
Director: Yang Yun-Ho, Lee Jung-Hyo
Writer: Hong Seung-Hyun
      NCI หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรของเกาหลี ที่หัวหน้าทีมอย่างคังกีฮยอง (Son Hyun-Joo) ตัดสินใจหันหลังให้กับองค์กร หลังจากไม่สามารถหยุดยั้งมือวางระเบิดได้จนเกิดความสูญเสียมากมายตามมา ปัจจุบันเขากลายมาเป็นเจ้าหน้าที่บรรยายพิเศษตามสถานศึกษา ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นได้เกิดคดีลักพาตัวหญิงสาวต่อเนื่องขึ้นมา แต่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีกลับมองไม่เห็นถึงความเชื่อมโยง มีเพียงแค่นักสืบคิมฮยอนจุน (Lee Joon-Gi) เท่านั้นที่กำลังตามไล่ล่าคนร้าย

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2567

Review: Dali & the Cocky Prince (2021)

 Dali & the Cocky Prince (2021)

  • Director: Lee Jung-Sub
  • Writer: Son Eun-Hye, Park Se-Eun

      จินมูฮัก (Kim Min-Jae) ทายาทเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ Dondon F&B. ธุรกิจร้านอาหารที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนก้าวสู่ระดับนานาชาติ ด้วยการต่อสู้ชีวิตทำงานมาตั้งแต่อายุน้อยเขาจึงยึดถือเงินเป็นเรื่องสำคัญ แล้วถ้าเป็นเรื่องอาหารหรือการดำเนินธุรกิจเขาก็ไม่เป็นสองรองใคร แต่เพราะต้องทำงานตั้งแต่อายุน้อย จินมูฮัก ก็เลยไม่ค่อยประสีประสา ในเรื่องหนังสือหนังหาหรือความรู้รอบตัวสักเท่าไหร่ เมื่อต้องไปติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศ เลยเกิดเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดกันขึ้น แต่เรื่องบังเอิญชวนหัวนั้นก็ทำให้ จินมูฮัก ได้พบกับ คิมดาลี ผู้ดูแลศูนย์แสดงศิลปะ จนเกิดอาการปิ๊งปั๊งกันขึ้นมา 

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2567

Review: Again My Life (2022)

 Again My Life (2022)

#Law #Drama #Fantasy 

  • Director: Han Cheol SooKim Yong Min
  • Screenwriter: Kim Yool, J

      คิมฮีอู (Lee Joon Gi) อัยการตงฉินที่กำลังหาหลักฐานเพื่อจัดการกับ โจแทซอบ (Lee Kyung Young) นักการเมืองที่เปรียบเสมือนคิงเมคเกอร์ ผู้ทรงอิทธิพลที่แผ่ขยายไปทุกวงการ ซึ่งสามารถกำหนดได้เลยว่าจะนำพาใครขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ ถึงที่สุดแล้ว คิมฮีอู ที่ไม่มีอำนาจอะไรเทียบ โจแทซอบ ได้เลย ก็เสียท่าถูกฆ่าตาย เพียงแต่เขาก็ได้รับโอกาสครั้งที่สองจากยมทูตให้ได้กลับมาใช้ชีวิตในวัย 17 อีกครั้ง ซึ่งคำสัญญาเดียวที่ คิมฮีอู ต้องทำให้ได้ก็คือ การก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจนมีอำนาจ เพื่อจัดการกับ โจแทซอบ ไม่ให้เขาต้องจบชีวิตซ้ำสองเหมือนคราวที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2567

Review: 18 Again (2020)

 18 Again (2020) 

  • Director: Ha Byung-Hoon
  • Writer: Kim Do-Yeon, An Eun-Bin, Choi Yi-Ryun

      ซีรี่ส์เล่าเรื่องราวของคู่สามีภรรยา ฮงแดยอง (Yoon Sang-Hyun) กับจองดาจอง (Kim Ha-Neul) ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่กินกันมานาน 18 ปีเต็ม มีพยานความรักอย่าง ฮงชีอู (Ryeo Un) และ ฮงชีอา (Roh Jeong-Eui) ลูกชายและลูกสาวฝาแฝดวัย 18 ปี ที่กำลังเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย แต่หากให้ย้อนไปยังจุดเริ่มต้น ความรักของทั้งสองคน มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อย้อนไป 18 ปีที่แล้วทั้งสองคนต่างก็อายุ 18 และกำลังเรียนมัธยมปีสุดท้าย ซึ่งการมีความสัมพันธ์จนเกิดเด็กทั้งสองคนขึ้นมาในขณะที่ยังเรียนไม่จบ มันทำให้ ฮงแดยอง ต้องละทิ้งความใฝ่ฝันในการเรียนต่อมหาลัยและการเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล ส่วน จองดาจอง ก็ต้องละทิ้งความใฝ่ฝันในการเป็นผู้ประกาศข่าว

Review: Train (OCN/2020)

Train (OCN/2020) 

  • Director: Ryu Seung-Jin
  • Writer: Park Ga-Yeon

      ซอโดวอน (ยุนชียุน) นักสืบที่พยายามดำเนินคดีกับ พัคแทคยอง (ชางรยอล) ทายาทผู้มีอิทธิพลผู้ต้องสงสัยในคดีล่วงละเมิดทางเพศ แต่ความพยายามของ ซอโดวอน ต้องเป็นหมัน เมื่ออัยการฮันซอคยอง (คยองซูจิน) ปฏิเสธการออกหมายจับให้กับเขา เมื่อ ซอโดวอน ไม่สามารถหาหลักฐานมาให้กับเธอได้ แถมเหยื่อที่เป็นพยานเพียงคนเดียวของคดี ยังกลับคำให้การอีกด้วย ทำให้ ซอโดวอน จำใจต้องปล่อยตัวคนร้ายให้หลุดมือไปก่อน

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567

Review: 365: Repeat The Year (2020)

365: Repeat The Year (2020)

#Drama #Thriller 

  • Screenwriter: Lee Seo YoonLee Soo Kyung
  • Director: Kim Kyung Hee

      จีฮยองจู (Lee Joon Hyuk) นักสืบหนุ่มที่สร้างความเจ็บแค้นให้กับ โอมยองชอล คนร้ายที่เขาเคยรวบตัวดำเนินคดี จนติดคุกอยู่หลายปี ทว่าหลังจาก โอมยองชอล พ้นคุกออกมา เขาได้ล้างแค้น จีฮยองจู ด้วยการฆ่านักสืบรุ่นพี่คนสนิทอย่าง พัคซุนโฮ ทำให้ ฮยองจุน จมอยู่กับความทุกข์ใจ เพราะคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุ ที่ทำให้คนที่เคารพต้องเสียชีวิต จนตัดสินใจพักงานเป็นเวลานานหลายเดือน เมื่อ ฮยองจุน กลับมาเริ่มงานใหม่ได้ไม่นาน ในวันหนึ่งที่เขาออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะ ก็มีสายปริศนาโทรเข้ามาหา พร้อมกับบอกว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถไฟขบวนหนึ่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งมันก็มันก็เกิดเรื่องขึ้นมาตามที่ปลายสายได้บอกเอาไว้จริง ๆ 

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2567

Review: Stranger 2 (2020)

Stranger 2 (2020)

#Drama #Thriller 

Director: Park Hyun-Suk
Writer: Lee Soo-Yeon

      หลังจากที่อัยการฮวังชีมก (Cho Seung-Woo) ถูกย้ายไปทำงานยังเมืองทงยองได้ 2 ปี ใกล้เวลาที่เขากำลังจะชีพจรลงเท้าได้ย้ายงานอีกครั้งหนึ่ง โดยที่สถานีต่อไปของเขาก็คือเมืองวอนจู แต่ในคืนงานเลี้ยงส่งท้ายที่อัยการฮวังชีมก กำลังขับรถฝ่าหมอกที่ลงจัดในคืนนั้น มันกลับเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น เมื่อมีเด็กวัยรุ่น 3 คน ขับรถจากต่างเมือง มาเที่ยวที่ชายหากเมืองทงยอง เด็ก 2 ในสามคนที่ฉลองกันจนเมามายลงไปเล่นน้ำทะเลจนเสียชีวิต ทั้งที่ชายหาดกันเชือกเอาไว้เป็นเขตห้ามลงเล่นน้ำ 

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567

Review: Samjin Company English Class (2020)

Samjin Company English Class (2020)


#ปีนรั้วรีวิว #Comedy #Drama Director: Lee Jong-pil
      หนังเล่าเรื่องราวในปี 1995 อีจายอง (โกอาซอง), จองยูนา (อีซม) และ ชิมโบรัม (พัคฮเยซู) สามสาวเพื่อนซี้พนักงานบริษัทซัมจิน คอมพานี ทั้งสามคนทำงานมานานถึง 8 ปี ขยันขันแข็งเต็มที่ทุกอย่างเพื่อบริษัท แต่ทว่าพวกเธอและเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนที่จบเพียงชั้นมัธยมปลาย กลายเป็นเพียงพนักงานระดับล่าง มีหน้าที่เพียงชงกาแฟ ถ่ายเอกสาร เดินแฟ้มล่าลายเซ็น แล้วก็ยืนฉีกยิ้มสวย ๆ ฟังประชุม โดยไม่สามารถออกความคิดเห็นอะไรข้ามหน้าคนในตำแหน่งสูงกว่าได้

Review: Hi Venus (2022)

  Hi Venus (2022) บังเอิญพบรัก Screenwriter:   Wang Xiong Cheng Director:   Wang Zheng   รับชมทาง MONOMAX/ VIU       ลู่เจาซี (เจิงซุ่นซี) ห...