วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566

Review: Even if This Love Disappears from the World Tonight (2022)

Even if This Love Disappears from the World Tonight (2022) คืนฝันก่อนฉันลืมเธอ

#รีวิวหนังชนโรง Director: Takahiro Miki
      โทรุ คามิยะ (Shunsuke Michieda) นักเรียนมัธยมปลายที่ตัดสินใจเดินเข้าไปขอคบเป็นแฟน กับ มาโอริ ฮิโนะ (Riko Fukumoto) สาวคนดังของโรงเรียน โดยที่ทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่ง คามิยะ ตัดสินใจทำลงไปด้วยเหตุผลบางอย่าง แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ ฮิโนะ ตอบรับคำขอคบเป็นแฟนซะอย่างนั้น แต่ในคำตอบรับของ ฮิโนะ เธอก็ได้ตั้งกฎของความสัมพันธ์นี้ขึ้นมา 3 ข้อ ที่แม้ คามิยะ จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ยอมทำตามโดยดี นั่นเพราะเขาคงไม่รู้มาก่อนว่า ฮิโนะ ผู้หญิงที่เขากำลังก้าวเข้าไปในชีวิตเธอนั้น จะลืมความทรงจำในแต่ละวันไปหมดสิ้นหลังจากตื่นขึ้นมา

หนังญี่ปุ่นดัดแปลงจากนิยาย "Konya, Sekai kara kono Koi ga Kietemo" ของ มาซากิ อิจิโจ ผลงานการกำกับของ ทาคาฮิโระ มิกิ ที่มีผลงานผ่านตาคนไทยหลายคนอย่าง Tomorrow I Will Date With Yesterday's You กับ Your Eyes Tell ที่เคยเข้ามาฉายในบ้านเรา หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงง่ายขึ้น เพราะเป็นผู้กำกับที่ผลงานมีมาตรฐาน เรียกว่าตีตั๋วเข้าไปดูแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ผมเองเคยได้ดูผลงานของ ทาคาฮิโระ มิกิ มา 8 เรื่อง ใช้คำว่าอาจจะชอบมากบ้างน้อยบ้าง แต่อยู่ในเกณฑ์สอบผ่านผลออกมาเป็นบวกทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องที่ 9 ที่ได้ดูเช่นกัน
      หนังที่เอาจริงหากใครเป็นคอหนังญี่ปุ่นได้อ่านเรื่องย่อหรือดูตัวอย่าง ก็อาจพอจะเดาพล็อตเรื่องได้บ้างแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้ผลกับคนดู ดึงความรู้สึกร่วมของคนดูเข้าไปได้ ในขณะที่บางเรื่องในแนวเดียวกันอาจทำได้ไม่ถึง คงเป็นเพราะหนังให้เวลากับการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างตัวละคร ด้วยตัวละครสูญเสียความทรงจำ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่แค่การทำให้คนดูเชื่อว่า คนแปลกหน้าสองคนมาสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันจนรักกัน แต่ยังต้องทำให้คนดูเชื่อและรู้สึกร่วมได้ว่า คนหนึ่งที่จะลืมทุกครั้งที่ตื่นมาจะอยากทำแบบนั้นต่อไป แล้วคนที่ถูกลืมก็จะยังอยากเดินหน้าความสัมพันธ์ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นคนแปลกหน้าเมื่อไหร่

ด้วยตัวของหนังเองเรื่องราวมันเหมือนจะเป็นเรื่องของคนแค่สองคน เพราะโจทย์ใหญ่เป็นการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างตัวละคร แต่ก็ไม่ใช่ว่าตัวละครสมทบหรือเรื่องราวพื้นหลังของตัวละครไม่มีความหมาย เอาจริงเป็นส่วนช่วยสนับสนุนความรู้สึกนึกคิด การตัดสินใจของตัวละครเอกได้ด้วย ในส่วนเรื่องราวพื้นหลังน้ำหนักจะมาที่ตัวละคร คามิยะ ที่ชีวิตมีเรื่องราวปมปัญหาครอบครัว

พอเรื่องราวความสัมพันธ์ประสบการณ์ร่วมตัวละครทำให้คนดูเชื่อได้ มีเหตุผลสนับสนุนรองรับมีที่มาที่ไป เมื่อเรื่องราวดำเนินไปถึงจุดที่หนังนำมาใช้เรียกน้ำตาจากคนดู มันเลยได้ผล แบบที่ไม่ต้องบิ้วอารมณ์หรือบีบคั้นความรู้สึกคนดูมากนัก เพราะความทรงจำระหว่างตัวละครที่แม้จะเป็นเวลาสั้น แต่มันก็มีน้ำหนักมากพอสะเทือนความรู้สึกเรียกน้ำตาเราได้

ในส่วนของนักแสดงต้องบอกว่าเสน่ห์ของทั้ง ริโกะ ฟุคุโมโตะ กับ ชุนสุเกะ มิจิเอดะ ช่วยสนับสนุนหนังได้เยอะ ในช่วงที่เล่าประสบการณ์ร่วมตัวละครพระนาง ด้วยความที่มันเหมือนดูแฟนจีบกันไปเดทกัน มันก็เป็นดาบสองคมอยู่เหมือนกันนะครับ ถ้าเสน่ห์นักแสดงดึงความสนใจคนดูได้ไม่มากพอ แต่พอเสน่ห์นักแสดงเอาอยู่ก็เลยอย่างที่ผมบอกไปครับ มันเลยทำให้คนดูเชื่อในความสัมพันธ์ของพวกเขา ได้เห็น ริโกะ ในเรื่องนี้นี่พาให้นึกย้อนถึง มินามิ ฮามาเบะ ช่วงตับอ่อนเหมือนกันครับ น่ารัก สดใสมาก เสน่ห์คือเหลือ ๆ เลย

ส่วน มิจิเอดะ จากเรื่องนี้ต้องบอกว่าหลุดออกจากคาแรคเตอร์พิมพ์นิยมพระเอกหนังแนวนี้ (อันนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องดีนะ จะได้แปลกใหม่บ้าง) ที่ปรกติต้องเป็นหนุ่มซึนเก็บตัว ถ้าให้นึกถึงหนังแนวนี้หน้าพ่อหนุ่ม ทาคุมิ คิตามุระ นี่ลอยมาเลย ฮ่าฮ่า ส่วนคาแรคเตอร์ของ มิจิเอดะ ในเรื่องนี้ก็จะเป็นเด็กหนุ่มทั่วไป ที่มีความคิดความอ่าน ความชอบชัดเจน มีความกล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งก็ตามบทบาทตัวละครที่ต้องรับผิดชอบตัวเองในระดับหนึ่งมาตั้งแต่เด็ก

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในเรื่องนี้ผมว่าตัวละครค่อนข้างชัดเจนตรงไปตรงมา สามารถพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาได้ตรง ๆ ไม่ว่าจะพระเอกนางเอกของเรา รวมถึงตัวแทนความตรงนี้คงต้องยกให้บทของตัวละคร อิซุมิ วาตายะ (Kotone Furukawa) เพื่อนสนิทของ ฮิโนะ ส่วนตรงยังไงอะไรตรงไหนก็ไปดูกันเอาในหนังเองก็แล้วกันครับ เป็นตัวละครสมทบที่ค่อนข้างมีบทบาท แล้วก็มีเสน่ห์ไม่น้อย ผมตามไอจีของเธอตั้งแต่ผลงานก่อนหน้าอย่าง A Warmed Up Love บอกได้ว่า ฟุรุคาวะ เป็นคนหนึ่งที่มีความเท่ มีสไตล์ มีความเฉพาะตัวไม่น้อยเลยล่ะครับ

อีกอย่างที่อยากจะขอพูดถึงตัวละครสักนิดก่อนจบรีวิว พอดูหนังเรื่องนี้จบยิ่งกับหนังเป็นผลงานการกำกับของ ทาคาฮิโระ มิกิ ตัวละคร ฮิโนะ ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงตัวละคร เอมิ ฟุคุจุ ของ นานะ โคมัตสึ ในหนัง Tomorrow I Will Date With Yesterday's You เพราะสองตัวละครมีจุดร่วมบางอย่างคล้ายกัน ตัวละคร เอมิ ที่โลกของเธอเวลาเดินทางสวนกันกับพระเอก เธอจะเป็นคนเมื่อวานของตัวเองทุกครั้งที่ได้มาพบกัน มันก็แน่นอนว่าพอตัวตนเป็นคนเมื่อวาน เธอก็จะไม่มีความทรงจำของประสบการณ์ร่วมที่ใช้ด้วยกันในวันที่ผ่านมา ไม่ต่างจากตัวละคร ฮิโนะ ในหนังเรื่องนี้ แต่ก็ยังต้องตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับคนแปลกหน้าสำหรับตัวเองทุกวัน

เป็นหนังที่ใครเป็นคอหนังรักญี่ปุ่นน่าจะถูกใจเลยล่ะ ถึงพล็อตจะไม่ได้ใหม่ก็ตาม หนังก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ในการสัมผัสความรู้สึกคนดู เราซื้อประสบการณ์ร่วมของตัวละคร ไม่รู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วนี้มันฉาบฉวย ด้วยการเล่าเรื่องพื้นหลังของตัวละครที่อาจแตะบาง ๆ ก็จริง แต่มันมีน้ำหนักมากพอสนับสนุนให้ความรู้สึกของคนดูกับหนังเชื่อมถึงกันได้ อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นแหละครับ หากใครเคยผ่านตาผลงานของผู้กำกับ ทาคาฮิโระ มิกิ มาบ้าง จะเห็นว่าผลงานค่อนข้างสม่ำเสนอ ออกมาในแง่บวกแทบทุกเรื่องเลยล่ะครับ
 
ขอบคุณภาพประกอบจากภาพยนตร์: Even if This Love Disappears from the World Tonight (2022)

#รีวิวหนัง #moviereview

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Review: One In A Hundred Thousand (2020)

  One In A Hundred Thousand (2020) ใจดวงนี้แสนรักเธอ #ปีนรั้วรีวิว   #Drama   #Romance  Director: Koichiro Miki       ริโนะ ซากุรางิ (ไทระ ย...