Tsumari Sukitte Iitain Dakedo (2021)
รับชมได้ทาง Monomax
ชิโตเสะ ซาเอะจิมะ (Sakurako Ohara) ครูโรงเรียนประถมที่ต้องตกงาน เพราะพยายามจัดการปัญหาของเด็ก แต่เหมือนผู้ปกครองจะไม่เข้าใจ ทำให้ ชิโตเสะ ต้องออกมาวิจัยฝุ่นแทนการสอนหนังสือ แต่โชคร้ายของ ชิโตเสะ ยังไม่จบ เมื่ออพาร์ทเมนท์ที่อาศัยอยู่ยังโดนบอกเลิกสัญญาในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ทำให้นอกจากจะต้องหางานใหม่แล้ว ยังต้องพยายามหาที่อยู่ใหม่อีกด้วย แต่เหมือนโชคยังแอบเข้าข้างเธอเล็ก ๆ เมื่อ ชิโตเสะ บังเอิญได้พบกับ ฮิกาชิยามะ ประธานบริษัทเอนเตอร์เทนเมนท์ที่ทำหน้าที่ดูแลศิลปิน ด้วยบริษัทกำลังขาดแคลนพนักงาน เขาจึงพยายามโน้มน้าวให้เธอทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัว ของ เซนะ ฟูจิชิโระ (Kaito Sakurai) นักแสดงคาเมนไรเดอร์ที่กำลังโด่งดัง
ถึงแม้ ชิโตเสะ ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ แต่ด้วยความไม่มีกินจะให้หยิ่งก็คงไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจรับหน้าที่ดูแลพ่อหนุ่ม เซนะ ก่อนจะได้รู้ว่า เขาเป็นพวกเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แถมที่น่าอึดอัดก็คือเธอเพิ่งจะจำได้ว่า เซนะ เป็นคนบ้านเดียวกัน เพื่อนในสมัยเด็กที่มักจะโกหก หลอกเธอต่าง ๆ นา ๆ ให้ขายหน้าอยู่บ่อยครั้ง แล้วใครจะไปคิดว่าเพื่อนสมัยเด็กจอมโกหกที่เพิ่งเจอกันไม่นาน จะหลอกเธออีกครั้งจนตกกระไดพลอยโจน ต้องเก็บข้าวของย้ายเข้ามาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน
ซีรีส์แนวโรแมนติก คอมเมดี้ ที่ผมตัดสินใจดูเพราะนางเอก ซากุราโกะ โอฮาระ ล้วน ๆ ด้วยความที่ชอบเธอมาตั้งแต่เห็นครั้งแรก จากเรื่อง The Liar and His Lover หนังปี 2013 ที่แสดงคู่กับ ทาเครุ ซาโตะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ตามดูผลงานของเธออีกเลย จนกระทั่งมาถึงเรื่องนี้นี่แหละครับ
เป็นซีรีส์ที่ผมว่าหากมองในแง่มุมความบันเทิง ถือว่ายังอยู่ในมาตรฐานนะครับ แต่หากใครหวังจะดูฉากเซอร์วิสชวนจิ้น เพราะเห็นว่าเป็นพล็อตพระนางต้องย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน อาจจะผิดหวังนะครับ ซีรีส์แทบไม่มีฉากเซอร์วิสเลย เอาจริงฉากหวาน ๆ ยังแทบไม่มี แอร์ไทม์ส่วนใหญ่ระหว่างพระนาง ออกไปทางพ่อแง่แม่งอนกันมากกว่าครับ เพราะคาแรคเตอร์ของ เซนะ เป็นคนชอบโกหก ส่วน ชิโตเสะ ดันเป็นคนเชื่อคนง่าย พอรู้ตัวว่าโดนหลอกเลยเป็นอันงอนทุกทีไป แล้วอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ไม่ค่อยมีเซอร์วิส ก็ด้วยสถานะผู้จัดการกับนักแสดง ที่มันเป็นความสัมพันธ์ต้องห้าม เปรียบเหมือนสมภารกินไก่วัด แน่นอนว่าถ้าคนอื่นรู้ว่าอยู่ด้วยกัน ชีวิตในวงการบันเทิงอาจจบสิ้นได้
ซึ่งประเด็นนี้นี่แหละครับที่มันโยงเข้ามาหาดราม่าหลักของซีรีส์ แล้วผมว่าหากซีรีส์ไม่วางตัวเองเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ แต่นำเสนอออกมาบนความเป็นซีรีส์ดราม่า คงน่าสนใจขึ้นเยอะทีเดียวครับ เพราะซีรีส์นำเสนอเส้นทางของนักแสดงคนหนึ่ง ที่พยายามก้าวข้ามจากจุดที่ยืนอยู่ ไปสู่จุดที่ผู้คนยอมรับมากขึ้นกว่าเดิม จนถึงขั้นยอมรับได้ว่าสนใจแต่ผลงานมากกว่าชีวิตส่วนตัว ผมไม่แน่ใจว่าในวงการบันเทิงญี่ปุ่น เขามีลำดับชั้นสังคมเหมือนเกาหลีหรือเปล่า หากเป็นที่เกาหลีตามที่ผมเคยได้ยินมา เขาจะลำดับขั้นจาก ไอดอล แล้วก็นักแสดงซีรีส์ มาถึงนักแสดงหนัง แล้วนักกีฬาจะเป็นยอดพีระมิด ส่วนในซีรีส์เรื่องนี้ตัวละคร เซนะ เป็นนักแสดงมาสก์ไรเดอร์ ที่พยายามก้าวข้ามจากการเป็นนักแสดงไรเดอร์ ไปสู่การเป็นนักแสดงหนังที่คนยอมรับในฝีมือจริง ๆ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง เซนะ กับ ชิโตเสะ เป็นส่วนขยายภาพประเด็นดราม่าในพาทนี้ให้ชัดเจนขึ้น
ซีรีส์สร้างคาแรคเตอร์ตัวละคร เซนะ ออกมาเป็นคนโกหกเก่ง ส่วน ชิโตเสะ เป็นคนเชื่อใจคนอื่น โดยบอกว่าตัวละคร เซนะ ใช้พรสวรรค์ในการโกหกเพื่อการแสดง ซีรีส์บอกเลยว่าวงการบันเทิงอ่ะเนอะ เพราะนักแสดงเป็นอาชีพที่สร้างเรื่องไม่จริงเพื่อความบันเทิง เพื่อความสุขของผู้คน บางครั้งมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแสดงออก ในสิ่งที่ไม่ตรงกับความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ส่วนประเด็นการโกหกในพาทความสัมพันธ์ตัวละคร ผมว่าซีรีส์นำเสนอออกมาได้ค่อนข้างดีเลยนะครับ โอเคว่าซีรีส์นำเสนอแต่ในมุมของ เซนะ ที่เป็นฝ่ายโกหกเพียงด้านเดียว ด้วยการบอกว่า คนเราจะรู้สึกมั่นคงได้เมื่อมีคนเชื่อใจ โดยอาจจะลืมพูดถึงฝั่งคนที่ถูกโกหกไปบ้าง แต่รวม ๆ มันก็สื่อสารออกมาได้ดีหากนับเฉพาะประเด็นนี้แหละครับ
ในพาทของนักแสดงถึงผมจะบอกว่าดูเพราะ ซากุราโกะ โอฮาระ ก็จริง แต่พอได้ดูจนจบแล้ว ไคโตะ ซากุราอิ ก็แสดงได้ดีเลยล่ะครับ อย่างที่ผมบอกไปว่าด้วยความที่หน้าหนังเหมือนจะเป็นแนวชวนจิ้น เอาจริงในพาทของการแสดงในส่วนของ ไคโตะ ถือว่าไม่เบาเลยล่ะครับ ยิ่งในช่วงตอนท้ายที่ได้ ชิราคาวะ ยูกิโนะ หรือ คุโรยูกิ คาโอรุ จาก The Naked Director มาสมทบ ก็มีอะไรท้าทายให้เล่นเยอะทีเดียวครับ ส่วน ซากุราโกะ โอฮาระ นางเอกของเรื่อง เรื่องนี้ออร่าความน่ารักอาจไม่สมใจแฟนคลับนัก ด้วยบทต้องเป็นผู้จัดการดารา ก็เลยค่อนข้างวิ่งวุ่น ทำตัวบ้าหอบฟาง หัวฟูอยู่แทบตลอดเวลา แฟน ๆ สาว ซากุราโกะ เลยอาจจะไม่ฟินเท่าไหร่
ในช่วงท้ายรีวิวผมขอสรุปถึงเรื่องนี้ว่า หากพูดถึงความบันเทิงในแง่โรแมนติก ชวนจิ้น อาจจะมีไม่มากนัก แต่ส่วนตัวผมชอบใจความกับดราม่าที่จริงจังของตัวละครเอก เซนะ ตอนที่กำลังพิมพ์รีวิวนี้อยู่ ก็พาลให้นึกถึงหนังเรื่อง Kiss Me at the Stroke of Midnight เหมือนกันครับ สตอรี่ในช่วงท้ายมีใจความคล้ายกัน หากใครดูเรื่องนี้แล้วน่าจะถูกใจ คงจะเป็นคนที่ชอบดูซีรีส์เบา ๆ ไม่หนักหน่วง แต่นำเสนอประเด็นดราม่า ที่ตัวละครต้องพยายามทำตามความฝัน พิสูจน์ตัวเอง ควบคู่ไปกับพาทความรัก ก็อาจจะถูกใจได้ครับ
รับชมได้ทาง Monomax
#SeriesReview #รีวิวซีรีส์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น